FAQ #1 ทำไมไฟในรถไฟฟ้า BTS ต้องดับ ในช่วงก่อนเข้าสถานีสะพานตากสิน (เที่ยวไปบางหว้า)

คำถามนี้เป็น 1 ในคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรถไฟฟ้าในประเทศไทย เมื่อผู้โดยสารเดินทางบนรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีลม เที่ยวไปสถานีปลายทางบางหว้า ซึ่งในขณะที่รถไฟฟ้าวิ่งออกจากสถานีสุรศักดิ์ มุ่งหน้าเข้าสถานีสะพานตากสิน เมื่อรถไฟฟ้าเข้าสู่ประแจสับรางก่อนเข้าสถานีสะพานตากสิน ไฟส่องสว่างในขบวนรถจะดับลง ยกเว้นไฟบริเวณประตูและรอยต่อระหว่างตู้เท่านั้นที่ยังคงติดสว่างอยู่

โดยสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เกิดจากการติดตั้งรางจ่ายไฟในช่วงบริเวณประแจสับรางครับ

จากแผนภาพด้านบน ซึ่งแสดงการติดตั้งรางจ่ายไฟในระบบรถไฟฟ้า BTS โดยในเส้นทางปกติ รางจ่ายไฟจะถูกติดตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของทางวิ่ง ระหว่างรางทั้ง 2 ฝั่ง แสดงในภาพตามเส้นสีเหลือง แต่ในช่วงประแจสับรางนั้น รางจ่ายไฟจะถูกนำไปติดตั้งอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของตำแหน่งปกติ ชิดกับขอบสะพานทางวิ่งแทน ในภาพจะแสดงด้วยเส้นสีแดง สำหรับรางจ่ายไฟบริเวณประแจที่แสดงด้วยเส้นสีม่วง จะเป็นรางจ่ายไฟที่ไว้ใช้สำหรับกรณีฉุกเฉินเท่านั้น โดยในการให้บริการปกติ (Normal Service) จะไม่มีการจ่ายไฟที่บริเวณนี้ ดังนั้นการจ่ายไฟในขั้นตอนการให้บริการปกติจะมีรูปแบบดังภาพนี้ครับ

ในการเดินรถปกติในช่วงที่ผ่านประแจสับรางในจุดอื่นๆ ในเส้นทางรถไฟฟ้า BTS ซึ่งไม่มีการสับรางเพื่อเปลี่ยนทางวิ่งไปยังทางวิ่งอีกฝั่ง เมื่อขบวนรถแล่นผ่านจุดที่ติดตั้งประแจสับราง ตัวรับไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่ที่ชุดแคร่ล้อ (Bogie) จะเปลี่ยนการรับไฟฟ้าจากทางฝั่งขวาของขบวนรถไปเป็นรับทางฝั่งซ้ายของขบวนรถ ตามเส้นสีแดง ทำให้ระบบไฟฟ้าในขบวนรถยังคงทำงานตามปกติ 

ซึ่งในกรณีของการเดินรถไฟฟ้าในสายสีลม จากสถานีสุรศักดิ์ไปยังสถานีสะพานตากสิน ขบวนรถจะแล่นผ่านประแจก่อนเข้าสถานีสะพานตากสิน เพื่อสับเปลี่ยนรางจากทางวิ่งฝั่งขาออกไปใช้ทางวิ่งฝั่งขาเข้า ตามลูกศรสีม่วง ซึ่งขบวนรถจะผ่านบริเวณวงกลมสีน้ำเงิน ซึ่งไม่มีการจ่ายไฟให้กับขบวนรถ ทำให้ระบบไฟส่องสว่าง ระบบปรับอากาศ ระบบขับเคลื่อนไม่ทำงาน แต่ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการเดินรถ ไฟฉุกเฉิน (ที่ติดตั้งบริเวณประตู) ยังคงทำงานได้โดยอาศัยไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ที่ติดตั้งอยู่ในขบวนรถ โดยในช่วงที่ผ่านบริเวณที่ไม่มีกระแสไฟนี้ ขบวนรถจะอาศัยแรงเฉื่อย เพื่อสับเปลี่ยนรางไปยังทางวิ่งอีกฝั่ง และเมื่อขบวนรถเข้าสู่ทางวิ่งฝั่งตรงข้ามแล้ว ระบบไฟฟ้าที่ถูกตัดการทำงานไป จะกลับมาทำงานตามปกติดังเดิม

สำหรับกรณีของขบวนรถที่มาจากสถานีบางจาก เข้าสู่สถานีอ่อนนุช ไฟส่องสว่างภายในรถก็ดับเช่นเดียวกัน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

จริงๆ มันก็คล้ายๆ กันนะครับ แต่เคสของอ่อนนุชมันเกิดกับรถที่แล่นผ่านทางตรงด้วย … ส่วนของตากสินจะเกิดกับรถที่ผ่านประแจเท่านั้น

ทั้งนี้เนื่องจากสถานีอ่อนนุช เคยเป็นสถานีปลายทางมาก่อน จึงมีการติดตั้งประแจเพื่อไว้ใช้กลับทิศทางของขบวนรถ และเปลี่ยนทางวิ่งมาใช้ทางวิ่งอีกฝั่ง โดยการติดตั้งประแจที่จุดนั้น จะติดตั้งเป็นประแจคู่ ดังแสดงในภาพ

โดยทางวิ่งฝั่งที่มาจากบางจาก จะมีระยะห่างระหว่างประแจทั้งสองน้อยกว่า และมีการเว้นช่องว่างของรางจ่ายไฟไว้

แล้วทำไมต้องเว้น Gap ไว้? … เนื่องจากว่า หากไม่มีการเว้นช่องว่างของรางจ่ายไฟไว้ จะทำให้ตัวรับกระแสไฟของขบวนถรถที่ข้ามประแจมาไม่สามารถที่จะเข้ามาแตะกับรางจ่ายไฟได้ครับ

ดังนั้น รถที่มาจากบางจาก เข้าสสถานีอ่อนนุช ตามเส้นทางสีส้ม จะต้องผ่าน Gap ดังกล่าว ไฟส่องสว่างในขบวนรถ รวมถึงระบบขับเคลื่อน และระบบปรับอากาศจะหยุดการทำงาน ไฟจึงดับลงครับ เหลือแต่ไฟฉุกเฉินบริเวณประตูเท่านั้นที่ยังคงติดอยู่ครับ

Admin นัท

สงวนลิขสิทธิ์ ทั้งบทความ และภาพถ่าย โดยผู้เขียน
ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
เผยแพร่ครั้งแรกใน www.bkktrains.com วันที่ 27 ธันวาคม 2557

Copyright (c) 2014 Text and Pictures
Use of such content either in part or in whole without permission is prohibited.
First publish in www.bkktrains.com 27th December, 2014