รองปลัดคมนาคมร่วมงาน TRAS 2014 เผยแผนการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของไทย

BKK Trains.com (กรุงเทพ) – ในวันที่ 28 สิงหาคม 2557 คุณชาญชัย สุวิสุทธะกุล รองปลัดกระทรวงคมนาคม ได้บรรยายพิเศษหัวข้อ “แผนการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของไทย” ในงานประชุมวิชาการระบบขนส่งทางราง 2557 (Thailand Rail Academy Symposium 2014) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2557 ณ ห้องบอลรูม ชั้น 2 โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด

โดยคุณชาญชัยได้กล่าวถึงภาพรวมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น ทางหลวง ทางหลวงชนบท ทางรถไฟ และท่าอากาศยาน ซึ่งในปัจจุบัน จะเน้นการพพัฒนาระบบขนส่งทางราง เนื่องจากเป็นระบบขนส่งที่มีต้นทุนถูกที่สุด ปลอดภัย และมีข้อจำกัดในการให้บริการน้อยกว่าการขนส่งทางน้ำ ซึ่งมีข้อจำกัดเยอะกว่า

นอกจากนี้คุณชาญชัยยังได้กล่าวถึงปัญหาการเดินรถไฟของ รฟท. ในปัจจุบัน ดังนี้

  1. เกิดอุบัติเหตุตกรางบ่อย และมีความเสี่ยงในการเดินทาง
  2. ทางรถไฟส่วนมากเป็นทางเดี่ยว ทำให้ต้องเสียเวลาในการสับหลีก
  3. สภาพทางไม่สมบูรณ์ มีจุดตัดกับถนนมาก ขบวนรถไม่สามารถทำความเร็วได้
  4. ระบบอาณัติสัญญาณ ที่ไม่ทันสมัยในหลายๆ เส้นทาง (Manual Control)
  5. ปัญหาด้านความสะอาดและคุณภาพการให้บริการ
  6. รัฐบาลไม่ส่งเสริมการลงทุนและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานระบบรางเท่าที่ควร

โดยปัญหาทั้งหมดดังกล่าว ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการของรถไฟไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง และมีปัญหาขาดทุนสะสมมานานหลายสิบปี ซึ่งหากต้องการส่งเสริมการขนส่งโดยใช้ระบบราง รัฐบาลจะต้องมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง

คุณชาญชัยได้บรรยายถึงแผนการพัฒนาการขนส่งระบบรางของกระทรวงคมนาคม โดยจะมีอยู่ 2 แผนงาน โดยแผนงานที่ 1 จะเป็นการพัฒนารถไฟระหว่างเมือง ประกอบด้วยการปรับปรุงและพัฒนาทางรถไฟเดิมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่นการปรับปรุงทางรถไฟให้รถไฟสามารถทำความเร็วได้มากขึ้น ปรับปรุงสะพาน ปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณให้มีความทันสมัยและปลอดภัยต่อการเดินรถ และการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะทาง 887 กิโลเมตร ประกอบด้วย 6 สายทาง ได้แก่

  1. ชุมทางถนนจิระ – ขอนแก่น
  2. ประจวบคีรีขันธ์ – ชุมพร
  3. นครปฐม – หัวหิน
  4. มาบกะเบา – ชุมทางถนนจิระ
  5. ลพบุรี – ปากน้ำโพ
  6. หัวหิน – ประจวบคีรีขันธ์

ซึ่งการก่อสร้างทางคู่ทั้งหมด 6 เส้นทาง เป็นการปรับปรุงราง 1 เมตร ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินรถ ลดการเสียเวลาในการรอสับหลีก ขบวนรถสามารถทำความเร็วได้เพิ่มขึ้น รถสินค้า จาก 29 กม./ชม. เพิ่มขึ้นเป็น 60 กม./ชม. รถโดยสาร จาก 50 กม./ชม. เป็น 100 กม./ชม. และเพิ่มส่วนแบ่งการขนส่งสินค้าทางรางจาก 1% เป็น 5% ของการขนส่งทุกระบบ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2563

ส่วนการพัฒนาทางใหม่ ซึ่งเป็นรางขนาดมาตรฐาน 1435 มิลลิเมตร หรือ Standard Gauge จะเป็นโครงการนำร่องของโครงข่ายรถไฟฟ้าสายภูมิภาค จะมีการก่อสร้าง 2 เส้นทาง ได้แก่

  1. หนองคาย – นครราชสีมา – แหลมฉบัง ระยะทาง 737 กิโลเมตร
  2. เชียงของ – เด่นชัย – บ้านภาชี ระยะทาง 655 กิโลเมตร

เส้นทางนำร่อง 2 เส้นทางดังกล่าว จะเป็นเส้นทางรถไฟที่เชื่อมระหว่างภูมิภาคอาเซียน กับทางตอนใต้ของประเทศจีน โดยจะใช้ระบบรถไฟฟ้าในการให้บริการที่ความเร็ว 120 กม./ชม. สำหรับรถสินค้า และ 160 กม./ชม. สำหรับรถโดยสาร เส้นทางนำร่อง 2 เส้นทางนี้ สามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่ “โครงการรถไฟความเร็วสูง” ในอนาคตได้

สำหรับแผนงานพัฒนาระบบรางแผนที่ 2 จะเป็นการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อประโยชน์ทางการแก้ไขปัญหาจราจร โดยจะมีแผนการก่อสร้างทั้งหมด 10 เส้นทาง ระยะทางรวม 464 กิโลเมตร แบ่งเป็น 5 เฟสดังนี้

โครงการที่เปิดให้บริการแล้วในปัจจุบัน ทั้งหมด 4 เส้นทาง ระยะทางรวม 100 กิโลเมตร

  • รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน หมอชิต – แบริ่ง
  • รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม สนามกีฬาแห่งชาติ – บางหว้า
  • รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื่อ – หัวลำโพง
  • รถไฟฟ้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

โครงการที่กำลังก่อสร้าง ทั้งหมด 4 เส้นทาง ระยะทางรวม 89 กิโลเมตร

  • รถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่ – เตาปูน
  • รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื่อ – ท่าพระ / หัวลำโพง – บางแค
  • รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน แบริ่ง – สมุทรปราการ
  • รถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ – รังสิต

โครงการที่อยู่ในขั้นตอนการประกวดราคา ทั้งหมด 1 เส้นทาง ระยะทางรวม 18.4 กิโลเมตร

  • รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน หมอชิต – คูคต

โครงการเร่งรัด ทั้งหมด 3 เส้นทาง ระยะทางรวม 86.4 กิโลเมตร

  • รถไฟฟ้าสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรมฯ – มีนบุรี
  • รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย – มีนบุรี
  • รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว – สำโรง

โครงการที่จะมีการพัฒนาหลังปี พ.ศ. 2562 ทั้งหมด 5 เส้นทาง ระยะทางรวม 54 กิโลเมตร

  • รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม ยศเส – สนามกีฬาแห่งชาติ
  • รถไฟฟ้าสายสีส้ม บางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมฯ
  • รถไฟฟ้าสายสีม่วง เตาปูน – ราษฎร์บูรณะ
  • รถไฟฟ้าสายสีแดง หัวลำโพง – บางบอน
  • รถไฟฟ้าสายสีแดง รังสิต – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โดยเมื่อการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทั้งหมดเสร็จสิ้น จะทำให้ประเทศไทยมีโครงข่ายรถไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ เทียบเท่ากับประเทศอื่นๆ ในโลก และดีที่สุดใน AEC

BKK Trains.com
29 สิงหาคม 2557