ตามไปดู Airport Express ของฮ่องกง เขามีดีอะไร ทำไมมันถึงเวิร์ค!

“ฮ่องกง! อีกแล้วหรอวะ?” คำพูดนี้จะเป็นคำพูดประจำตัวของผมหากจะต้องเดินทางไปยังเขตปกครองพิเศษฮ่องกง

ประเทศนี้เป็นประเทศที่ผมเบื่อเป็นอันดับ 2 รองจากแค่สิงคโปร์เท่านั้น ไม่ใช่เพราะเบื่อในสถานที่ท่องเที่ยว หรือสภาพแวดล้อมในประเทศ แต่เป็นเพราะ ฮ่องกงเป็นประเทศที่ผมไปบ่อยเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศสิงคโปร์เท่านั้น ในปี 2558 นี่ยังถือว่าไม่ได้ไป แต่ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ จะมีเหตุให้ผมได้แวะเวียนไปยังประเทศแห่งนี้อย่างน้อยปีละ 5-6 ครั้ง และฮ่องกงเป็นหนึ่งในประเทศที่ “ผมกล้าไปกลับภายใน 1 วัน”

AEL 093 AEL 094

AEL 096 AEL 098

ครั้งล่าสุดที่ผมไปเยือนเขตปกครองพิเศษฮ่องกงในช่วงปี 2557 ผมได้ไปยังประเทศแห่งนี้แบบ “ไปเช้าเย็นกลับ” ทำไมผมถึงกล้าทำเช่นนั้น? ส่วนหนึ่งเป็นเพราะระบบขนส่งมวลชนของเขามีประสิทธิภาพและไว้ใจได้ โดยเฉพาะการเดินทางระหว่างตัวเมืองและสนามบิน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางตะวันตกประมาณ 30 กิโลเมตร ที่มีความสะดวกรวดเร็ว ใช้เวลาบนรถไฟฟ้าไม่เกิน 24 นาทีจากสนามบิน เข้าสู่เกาะฮ่องกงได้

ทุกครั้งที่ผมไปยังประเทศแห่งนี้ หลังจากเครื่องบิน Airbus A380-800 (หรือบางครั้งอาจเป็น Boeing 747-400 หรือ Boeing 777-300/ER) ของการบินไทยเที่ยวบินที่ TG600 พาผู้โดยสารจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่อนลงสู่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงแล้ว ผู้โดยสารราวๆ 300-500 ชีวิตก็มักจะรีบเร่งกันไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง และรับกระเป๋า แล้วแยกย้ายกันไปตามโปรแกรมการเดินทางของแต่ละคน สำหรับผมแล้ว ผมนิยมที่จะใช้บริการรถไฟฟ้าท่าอากาศยาน Airport Express ในการเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง

ด้วยระยะเวลาการเดินทางที่รวดเร็ว ให้ทั้งความสะดวกสบาย และยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ชักชวนให้ใช้บริการอยู่ทุกครั้ง วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับรถไฟฟ้า Airport Express ของฮ่องกงกันครับ

AEL 097 

AEL 092AEL 091

AEL 084  AEL 085

กำเนิดรถไฟฟ้าบนเกาะ Lantau

โครงการรถไฟฟ้าบนเกาะ Lantau เป็นโครงการต่อเนื่องมาจากโครงการพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงแห่งใหม่ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ Chek Lap Kok หรือที่รู้จักกันในชื่อ Airport Core Program ซึ่งจะประกอบด้วยการพัฒนาพื้นที่รอบๆ ท่าอากาศยาน, การพัฒนาเส้นทางคมนาคมสู่สนามบินแห่งใหม่ ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 8 North Lantau Highway รวมถึงสะพาน Tsing Ma (ฉิ่งมา) และสะพาน Kap Shui Mun ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข 8, และการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนจากใจกลางเมืองเข้าสู่สนามบิน ซึ่งผมจะโฟกัสเข้าไปที่การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนด้วยรถไฟฟ้า

เนื่องด้วยท่าอากาศยานแห่งใหม่ของฮ่องกงนี้ ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ ที่เกิดจากการรวมพื้นที่ของ 2 เกาะย่อยๆ เข้าด้วยกัน และถมพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อก่อสร้างท่าอากาศยาน มีชื่อเรียกว่า Chek Lap Kok ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะ Lantau ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร เนื่องจากฮ่องกงเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ในแต่ละวันมีนักลงทุนต่างชาติเดินทางเข้าออกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นในการพัฒนาท่าอากาศยานจึงต้องคำนึงถึงความสำคัญในการเชื่อมต่อระหว่างเมืองกับสนามบิน และจะต้องมีความสะดวกและรวดเร็ว

จากแผนการพัฒนาดังกล่าวจึงทำให้เกิดเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ที่เชื่อมต่อระหว่างเกาะฮ่องกงและสนามบินแห่งใหม่ นอกจากรถไฟฟ้าเชื่อมสนามบินแล้ว ยังได้รถไฟฟ้าแบบ Commuter อีกสายหนึ่งมาเป็นของแถม เพื่อให้การลงทุนนั้นคุ้มค่ามากที่สุด และเป็นทางเลือกให้กับการเดินทางสำหรับผู้ที่มีที่พักอาศัยอยู่ในเขตเกาะ Lantau

โดยในการออกแบบรถไฟฟ้า 2 สายใหม่นี้ ทาง MTR ที่เป็นเจ้าของโครงการ ได้ออกแบบให้รถไฟฟ้า 2 สายนี้มีเส้นทางวิ่งที่ขนานกันโดยตลอด ตั้งแต่เกาะฮ่องกง ข้ามมายังฝั่งเกาลูน จนถึงเกาะ Lantau แต่ปลายทางของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายนี้ ถูกแยกออกจากกัน โดยรถไฟฟ้า Commuter หรือที่รู้จักกันในชื่อ Tung Chung Line นั้น จะไม่ข้ามจากเกาะ Lantau เข้าสู่พื้นที่เกาะ Chek Lap Kok แต่จะไปสิ้นสุดเส้นทางที่ย่าน Tung Chung ซึ่งเป็นเมืองใหม่ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการพัฒนาสนามบินแห่งนี้

MTR routemap 510

แผนที่เส้นทางเดินรถไฟฟ้า MTR (ภาพจากเว็บไซต์ของ MTR)

รถไฟฟ้า MTR สาย Airport Express Line

 

AEL 042

รถไฟฟ้าสาย Airport Express เป็นรถไฟฟ้าที่เชื่อมระหว่างตัวเมืองฮ่องกงกับท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง มีระยะทาง 35.3 กิโลเมตร มีสถานีทั้งหมด 5 สถานี ได้แก่

1. สถานี Hong Kong ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะฮ่องกง บริเวณใต้อาคาร International Financial Centre (IFC) สามารถเชื่อมต่อการเดินทางกับรถไฟฟ้าสาย Tung Chung Line ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายที่มีเส้นทางขนานกับ Airport Express เกือบตลอดทาง และยังสามารถเชื่อมต่อการเดินทางกับรถไฟฟ้าสาย Island Line และ Tseun Wan Line ที่สถานี Central ซึ่งมีทางเดิมเชื่อมใต้ดินไว้อำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสาร นอกจากนี้ที่สถานี Hong Kong ยังมีบริการ “In-Town Check In” ไว้สำหรับบริการผู้โดยสารที่ต้องการ Check In บัตรโดยสารสายการบินและสัมภาระที่ต้องการจะโหลดลงใต้ท้องเครื่อง

2. สถานี Kowloon จะเป็นสถานีที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินใหญ่ทางฝั่งเกาลูน ใต้ศูนย์การค้า Element ใกล้กับอาคาร International Commercial Centre (ICC) สามารถเชื่อมต่อการเดินทางกับรถไฟฟ้าสาย Tung Chung Line ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายที่มีเส้นทางขนานกับ Airport Express ได้เช่นเดียวกัน และยังมีบริการ “In-Town Check In” เช่นเดียวกับสถานี Hong Kong

AEL 070

3. สถานี Tsing Yi ซึ่งเป็นสถานีรายทาง ตั้งอยู่บนเกาะ Tsing Yi สามารถเชื่อมต่อการเดินทางกับรถไฟฟ้าสาย Tung Chung Line ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายที่มีเส้นทางขนานกับ Airport Express ได้เช่นเดียวกัน แต่สถานี Tsing Yi นี้ จะไม่มีบริการ In-Town Check In

4. สถานี Airport เป็น 1 ใน 2 สถานีที่อยู่ในเขตพื้นที่ของเกาะ Chek Lap Kok ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง สถานีนี้ตั้งอยู่ระหว่างอาคารผู้โดยสารทั้ง 2 หลังของท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง โดยโครงสร้างสถานีจะเป็นลักษณะอาคาร 2 ชั้น ชั้นบนมีจำนวน 2 ชานชาลาสำหรับรองรับรถไฟฟ้าเที่ยวที่มาจากในเมือง ซึ่งจะตรงกับชั้น 7 ของอาคารผู้โดยสาร ทั้ง 2 หลัง โดยที่ชานชาลานี้ประตูรถจะเปิดทั้ง 2 ด้าน เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเข้าสู่อาคารผู้โดยสารฝั่งที่ต้องการได้อย่างสะดวก ส่วนชั้นล่าง จะมี 1 ชานชาลา อยู่ฝั่งอาคาร 1 โดยจะตรงกับชั้น 5 ของอาคารผู้โดยสาร เมื่อผู้โดยสารออกจาก Arrival Hall ของสนามบินแล้ว สามารถเดินเข้าสู่ชานชาลาได้ทันที โดยสถานีนี้จะมีความพิเศษตรงที่ระหว่างพื้นที่จำหน่ายบัตรโดยสารกับชานชาลา จะไม่มีประตูตรวจบัตรโดยสารอัตโนมัติกั้นพื้นที่ ผู้โดยสารสามารถเลือกที่จะขึ้นรถไฟฟ้าก่อน ในกรณีที่รถไฟฟ้าขาเข้าเมืองเข้าสู่ชานชาลาแล้ว และไปซื้อบัตรโดยสารที่สถานีปลายทางได้

5. สถานี AsiaWorld Expo เป็นสถานีปลายทางของรถไฟฟ้าสาย Airport Express ตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ Chek Lap Kok ตั้งอยู่ภายในศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการ AsiaWorld Expo ซึ่งเป็นศูนย์ที่มีลักษณะคล้ายๆ กับ Impact เมืองทองธานี หรือ Bitec บางนา

AEL 026

โดย Airport Express จะมีเส้นทางขนานไปกับรถไฟฟ้าสาย Tung Chung Line และมีบางช่วงที่รถไฟฟ้าทั้ง 2 สายมาวิ่งบนทางเดียวกัน ได้แก่ ช่วงอุโมงค์ลอดอ่าว Victoria ระหว่างสถานี Hong Kong และเส้นทางช่วงสถานี Tsing Yi ข้ามสะพาน Tsing Ma และสะพาน Kap Shui Mun เข้าสู่เกาะ Lantau จนไปถึงทางแยกบริเวณ Siu Ho Wan Depot ส่วนช่วงอื่นๆจะมีการแยกทางวิ่งอย่างสิ้นเชิง เพื่อให้รถไฟฟ้า Airport Express สามารถวิ่งผ่านสถานีรายทางไปได้โดยไม่ติดกับรถไฟฟ้าสาย Tung Chung Line ที่จอดขวางทางอยู่ ซึ่งจะแตกต่างจากรถไฟฟ้า Airport Rail Link ของประเทศไทย ที่มีรางเบี่ยงสำหรับรถไฟฟ้า City Line อยู่ที่สถานีหัวหมากเพียงสถานีเดียว ทำให้รถไฟฟ้า Express Line ต้องจอดรอในบางกรณี

AEL 024

AEL 023

สำหรับตัวรถไฟสำหรับให้บริการในเส้นทาง Airport Express และ Tung Chung Line นี้ ผลิตโดยบริษัท ADtranz จากประเทศสเปน (ปัจจุบันบริษัท Bambardier จากประเทศแคนนาดา ได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท ADtranz) ร่วมกับบริษัท Construcciones y Auxiliar de Ferrocarriles (CAF) โดยบริษัท ADtranz จะเป็นบริษัทที่ผลิตระบบขับเคลื่อนและระบบควบคุมตัวรถ ส่วนบริษัท CAF จะเป็นผู้ประกอบตัวรถ โดยรถไฟที่วิ่งให้บริการทั้ง 2 เส้นทางจะสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 135 กิโมเมตรต่อชั่วโมง รับกระแสไฟฟ้ากระแสตรง 1,500 โวลต์ จากสายส่งเหนือหัว

AEL 032

สำหรับรถไฟ Airport Express จะมีจำนวนตู้โดยสารทั้งหมด 7 ตู้ และอีก 1 ตู้จะเป็นตู้สำหรับขนสัมภาระที่มาจากบริการ In-Town Check In ที่สถานี Hong Kong และ Kowloon มีความแตกต่างจากรถไฟที่วิ่งบนเส้นทาง Tung Chung Line ได้แก่ สีสันและลวดลายภายนอกที่จะเป็นสีเขียวน้ำทะเล พร้อมกับโลโก้ประจำเส้นทางที่มีการออกแบบมาโดยเฉพาะ ส่วนที่เป็นตู้โดยสารจะมีประตูจำนวน 2 ประตูต่อข้างต่อตู้ (เหมือนกับ Airport Rail Link ของประเทศไทย) ส่วนตู้ที่เป็นตู้บรรทุกสัมภาระ จะเป็นตู้ทึบ ไม่มีหน้าต่าง มีประตูจำนวน 5 ประตูต่อข้างต่อตู้

ส่วนภายในตู้โดยสารจะมีการจัดที่นั่งแบบ 2-2 หันหน้าหรือหันหลังให้กับทิศทางการวิ่งของตัวรถ เป็นที่นั่งหุ้มด้วยผ้า ให้ความสะดวกสบายในการเดินทาง และพื้นในตัวรถจะปูด้วยพรมเพื่อเพิ่มความหรูหรา (เหมือนกับ Airport Rail Link Express Line ของประเทศไทย) พร้อมที่วางสัมภาระขนาดใหญ่อยู่ที่บริเวณประตู ประตูละ 4 จุด สามารถรองรับสัมภาระได้เป็นจำนวนมาก และบริเวณทางเดินเชื่อมระหว่างตู้ จะมีประตูกระจกกั้น สามารถเปิดปิดได้ด้วยระบบอัตโนมือ ผ่านการโยกคันโยกบริเวณประตู

AEL 027AEL 030AEL 037

AEL 006

AEL 050

การบริการที่เหนือกว่า!

รถไฟฟ้าสาย Airport Express นี้ ถือเป็นบริการพิเศษของ MTR และเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าเพียงเส้นทางเดียวที่เข้าสู่สนามบิน โดยจะแยกส่วนของการบริการออกจากรถไฟฟ้าสายอื่นๆ กล่าวคือ ไม่มีส่วนของ Paid Area ของสายอื่นๆ มาเชื่อมต่อกับ Paid Area ของ Airport Express ดังนั้นผู้ที่ต้องการใช้บริการ Airport Express จะต้องออกจากระบบรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ก่อนที่จะมาเข้าระบบในส่วนของ Airport Express และนอกจากนี้ยังมีการเก็บค่าโดยสารแยกต่างหากจากสายอื่นๆ (แต่สามารถใช้บัตร Octopus Card ซึ่งเป็นตั๋วร่วมของฮ่องกงในการเดินทางได้) โดยจะมีการเก็บค่าโดยสารตามระยะทางตั้งแต่ HK$60 (ประมาณ 300 บาท) ไปจนถึง HK$100 (ประมาณ 500 บาท) ในการเดินทางระหว่างตัวเมืองและสนามบิน ส่วนการเดินทางระหว่างตัวเมืองกับศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการ AsiaWorld Expo จะมีการจัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทางในอัตรา HK$5.0 (ประมาณ 25 บาท) ไปจนถึง HK$50 (ประมาณ 250 บาท)

แต่ทั้งนี้จะมีการจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อจูงใจในการเดินทาง และลดความหนาแน่นที่เกิดขึ้นจากผู้โดยสารที่ต้องการประหยัดค่าเดินทางไปสนามบินบนรถไฟฟ้าสาย Tung Chung Line ด้วยการจัดโปรโมชั่นแบบตั๋วเดินทางแบบหมู่คณะ ซึ่งจะมีส่วนลดในการเดินทางตั้งแต่ HK$15 ถึง HK$37.5 หรือโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 ซื้อตั๋วเที่ยวไป ฟรีตั๋วเที่ยวกลับสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าออกฮ่องกงภายใน 1 วัน ซึ่งโปรโมชั่นต่างๆ สามารถติดตามได้จากเว็บไซต์ของ MTR

AEL 028

และด้วยค่าโดยสารที่แพง (ถึงแพงมาก) การบริการรถไฟฟ้า Airport Express ของ MTR จึงถูกจัดเต็มไปด้วยความสะดวกสบายในการเดินทางชนิดที่เรียกที่ว่า แทบจะอุ้มกันขึ้นรถกันเลยทีเดียว เพื่อให้คุ้มกับเงินที่ผู้โดยสารเสียไปให้มากที่สุด เริ่มตั้งแต่บริการ Shuttle Bus หรือรถรับส่งระหว่างสถานี (ในส่วนของ Airport Express) และสถานที่สำคัญในย่านสถานี หรือโรงแรมต่างๆ หรือเรียกกันง่ายๆว่า ดูแลกันจนถึงปลายทาง โดยผู้ใช้บริการ Shuttle Bus ได้ จะต้องแสดงสิ่งใดสิ่งหนึ่งดังต่อไปนี้

AEL 088AEL 089

  • บัตรโดยสารรถไฟฟ้า สาย Airport Express
  • บัตรโดยสารเครื่องบิน หรือ Boarding Pass
  • บัตรพนักงานสนามบิน (เทียบกับบัตรผ่านของ AOT)
  • บัตรเข้างานแสดงที่ AsiaWorld Expo

สำหรับผู้โดยสารประเภทอื่นๆ หมดสิทธิ์ใช้ Shuttle Bus ครับ

AEL 022
นอกจากบริการรถรับส่งแล้ว ยังมีบริการ In-Town Check In ที่สถานี Hong Kong และ Kowloon ซึ่งเป็นบริการ “ฟรี” สำหรับผู้โดยสาร Airport Express โดยเฉพาะ ซึ่งผู้โดยสาร Airport Express เท่านั้น ที่จะมีสิทธิ์ใช้บริการ In-Town Check In โดยการเข้าไปยังส่วนของ In-Town Check In นั้น จะมีเครื่องสแกนบัตรโดยสาร โดยบัตรที่เข้าไปได้จะมีบัตรโดยสาร Airport Express หรือ Octopus Card เท่านั้น โดยถ้าเป็น Octopus Card เมื่อสแกนบัตรเข้าไปยังส่วนนี้จะมีการกันวงเงินไว้เท่ากับค่าโดยสาร Airport Express และไปตัดออกจากบัตรเมื่อเข้าสู่ชานชาลา (ถ้าคุณใช้ In-Town Check In แต่ไปนั่ง Tung Chung Line โดยใช้ Octopus Card คุณก็จะเสียเงินค่าโดยสาร Airport Express อยู่ดี และเสียค่าโดยสารบน Tung Chung Line เพิ่ม)

AEL 019

แค่ 2 อย่างอาจจะดูน้อยไปสำหรับการจ่ายเงินถึง 500 บาทในการเดินทาง 1 เที่ยวใช่ไหมครับ? ยังไม่หมดครับ สิทธิพิเศษสำหรับผู้โดยสาร Airport Express ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ในปัจจุบันยังมีการเพิ่มบริการ Porter หรือพนักงานยกกระเป๋าที่สถานี ซึ่งจะคล้ายๆ กับบริการของชั้นโดยสาร Premium Class ของสายการบินชั้นนำ ที่มีบริกรมายกกระเป๋าให้ตั้งแต่คุณลงจากรถ และยังให้สิทธิพิเศษในการเดินทางต่อด้วยระบบรถไฟฟ้า MTR โดยไม่คิดค่าโดยสาร ซึ่งหากคุณออกจากระบบรถไฟฟ้าปกติ และเดินทางต่อด้วย Airport Express หรือในทิศทางกลับกัน ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ทาง MTR จะไม่คิดค่าโดยสารในเที่ยวที่คุณเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้าปกติ (ราคาต่ำกว่า) และนอกจากนี้ยังมีบริการ Free WiFi บนรถไฟฟ้า และบริการที่ชาร์จแบตเตอรี่สำหรับผู้ที่ติด Gadget บนรถไฟอีกด้วย สำหรับสิทธิประโยชน์ของผู้โดยสาร Airport Express สามารถติดตามได้จากเว็บไซต์ของ MTR

AEL 025

การเข้าถึงบริการได้ง่ายและรวดเร็ว คือหัวใจสำคัญของการบริการ!

จากที่ผมกล่าวไปในข้างต้นในเรื่องของการจัดรถรับส่งผู้โดยสารที่มาใช้บริการ Airport Express ซึ่งทำให้ผู้โดยสารสามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายและรวดเร็ว นอกจากนี้การวางแผนการสร้างสถานีรถไฟที่สนามบินของฮ่องกง ยังคำนึงถึงความรวดเร็วในการเข้าถึงบริการของผู้โดยสารอีกด้วย

โดยในการออกแบบสถานี Airport นั้น จะเป็นการออกแบบร่วมกับการออกแบบสนามบินไปพร้อมๆ กัน ทำให้สถานี Airport นี้ เป็นส่วนหนึ่งของสนามบิน ไม่ได้มีการแยกส่วนหรือพื้นที่ออกจากสนามบิน เหมือนกับของสิงคโปร์หรือมาเลเซีย (บางครั้งก็แยกไม่ออกเลยว่าเราเข้ามาอยู่ในส่วนพื้นที่ของ MTR แล้ว) สถาปนิกและวิศวกรได้มีการออกแบบให้สถานี Airport มีลักษณะโครงสร้างสถานีเป็น Stacked Platform หรือชานชาลาซ้อนกันแบบสถานีสามย่าน, สีลม, ลุมพินี, และสยาม โดยชานชาลาชั้นล่างจะเป็นชานชาลาสำหรับรถไฟขาเข้าเมือง ซึ่งจะตรงกับโถงผู้โดยสารขาเข้า (Arrival Hall) ของอาคารผู้โดยสาร เมื่อผู้โดยสารรับกระเป๋าเสร็จ และเดินผ่าน Customs หรือศุลกากรแล้ว จะออกมายังส่วนของ Arrival Hall ผู้โดยสารสามารถเลือกที่จะเดินทางเข้าเมืองด้วย Airport Express ได้ง่าย เพียงเดินผ่านทางเชื่อมซึ่งอยู่ชั้นเดียวกับ Arrival Hall ตรงเข้าสู่ชานชาลาได้ทันทีโดยไม่ต้องมีการลงบันไดเลื่อน หรือลิฟต์หลายชั้นเพื่อเข้าถึงระบบรถไฟฟ้า และหากรถไฟมาถึงแล้วแต่ยังไม่ได้ซื้อบัตรโดยสาร ผู้โดยสารสามารถขึ้นรถไฟไปก่อน และไปซื้อบัตรโดยสารที่สถานีปลายทางได้ นับเป็นการอำนวยความสะดวก และเพิ่มความรวดเร็วในการเดินทางให้กับผู้โดยสาร ซึ่งถ้ามัวแต่เสียเวลาซื้อตั๋ว อาจจะทำให้ไปไม่ทันรถไฟเที่ยวนี้ จะต้องรอรถไฟฟ้าขบวนถัดไปอีก 10 นาที ทำไมถึงต้องออกแบบแบบนี้? เหตุผลก็ตามที่ผมบอกข้างต้นคือ นักธุรกิจหรือนักลงทุนจำนวนมาก เดินทางมาฮ่องกงเพื่อเจรจาธุรกิจ การเสียเวลา 10 นาทีในบางครั้งอาจเป็นบ่อเกิดของความเสียหายทางธุรกิจได้ครับ

AEL 040

AEL 044
ส่วนขาออก รถไฟฟ้าที่มาจากในเมืองจะเข้าสถานี Airport ที่ชานชาลาชั้นบน ซึ่งมีการออกแบบให้มีระดับความสูงที่ตรงกับ Departure Hall ของสนามบิน ทำให้ผู้โดยสารสามารถเข้าสู่เคาน์เตอร์เช็คอินได้อย่างรวดเร็ว (ในกรณีที่ไม่ได้ใช้บริการ In-Town Check In) หรือเข้าสู่บริเวณ Immigration ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลารอลิฟต์หรือเดินขึ้นบันไดเลื่อนแบบสนามบินแถวๆ บางพลี

นอกจากนี้บริเวณสถานี Airport ของทั้ง 2 Terminal เจ้าหน้าที่จะนำรถเข็นกระเป๋ามาจัดเรียงรอไว้บริเวณชานชาลา เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถหยิบใช้บริการได้ทันทีที่ออกจากรถไฟ โดยไม่ต้องลากกระเป๋าเป็นระยะทางไกลๆ แล้วขึ้นทางเลื่อน 2 ช่วง ก่อนจะเจอรถเข็นสัมภาระ แบบสนามบินแถวบางพลี ซึ่งจุดนี้เป็นจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของ Operator และเจ้าของพื้นที่สนามบิน โดยไม่มีการแบ่งแยกพื้นที่ความรับผิดชอบให้ผู้โดยสารได้เห็นถึงการขาดความร่วมมือในการให้บริการ (ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทาง AOT ไม่อนุญาตให้นำรถเข็นสัมภาระเข้าสู่เขตพื้นที่สถานี Airport Rail Link โดยจะต้องคืนรถเข็นก่อนเข้าสู่ทางลาดที่ลงไปยังพื้นที่สถานีสุวรรณภูมิ ซึ่งแสดงถึงการขาดความร่วมมือในการให้บริการผู้โดยสาร)

AEL 038

AEL 039

จะเข้าสนามบิน ต้อง Airport Express เท่านั้น?

ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงผู้โดยสารทุกกลุ่ม ทั้งผู้โดยสาร Local และผู้โดยสารสนามบิน ทำให้รถไฟฟ้าทั้ง 2 สายที่เกิดขึ้นมาพร้อมกัน และวิ่งทับเส้นทางเกือบ 100% ได้แก่ Tung Chung Line และ Airport Express Line จึงมีปลายทางที่แยกออกจากกัน โดยสาย Tung Chung Line จะไม่เข้าสู่พื้นที่เกาะ Chek Lap Kok แต่จะไปสิ้นสุดเส้นทางที่ย่าน Tung Chung ซึ่งอยู่ใกล้ๆ สนามบิน แทน ซึ่งรถไฟฟ้าสาย Tung Chung Line จะรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร Local ที่มีที่พักอาศัยอยู่บนเกาะ Lantau ย่าน Tung Chung, Tai O หรือ Discovery Bay นอกจากนี้ยังรองรับการเดินทางของผู้ที่จะเดินทางมายัง Hong Kong Disneyland อีกด้วย

ซึ่งก็เหมือนเป็นการบังคับกลายๆ ว่าหากจะเข้าออกสนามบินด้วยรถไฟจะต้องใช้บริการ Airport Express เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้โดยสารเองก็ยังมีทางเลือกในการเดินทางเข้าเมืองที่ประหยัดกว่าการใช้ Airport Express อย่างเช่นรถโดยสารประจำทางสาย A21 หรือวิธีการที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมใช้คือขึ้นรถประจำทางสาย S1 จากสนามบินมาลงที่สถานี Tung Chung และเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสาย Tung Chung Line (เทียบเท่ากับ ARL City Line) เข้าเมืองแทนแต่ความสะดวกสบายในการเดินทางก็ย่อมลดลงตามไปตามระดับราคาค่าโดยสาร

ผมเคยแข่งกับพรรคพวกที่ไปด้วยกันเล่นๆว่า ระหว่าง Airport Express กับการที่ขึ้นรถเมล์ไปต่อรถไฟฟ้า ใครจะถึงโรงแรมก่อน ปรากฏว่าผมซึ่งเดินทางด้วย Airport Express ไปต่อ Shuttle Bus นั้น ถึงโรงแรมย่าน Tsim Sha Tsui ก่อนพรรคพวกที่เดินทางด้วยรถประจำทางสาย S1 มาต่อ Tung Chung Line และมาต่อ Tseun Wan Line ที่สถานี Lai King เพื่อมาลงที่สถานี Tsim Sha Tsui เกือบๆ 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว หลังจากเช็คอินโรงแรมเสร็จ ก็ไปนั่งกินบะหมี่แบบชิลๆ หมดไป 2 ชามละครับ กว่าพรรคพวกจะมาถึง

AEL 017
และด้วยการออกแบบแบบนี้ ยังเป็นผลดีต่อ Airport Express อยู่บ้าง กล่าวคือยังพอที่จะมีผู้โดยสารเลือกใช้บริการ Airport Express ที่มีราคาแพงกว่าอยู่ เพื่อแลกกับความรวดเร็วและความสะดวกสบายในการเดินทาง ซึ่งหากเทียบกับรถไฟฟ้า Airport Rail Link ของประเทศไทยที่ใช้ Airport Express ของฮ่องกงมาเป็นต้นแบบ (Benchmark)ทการที่มีรถไฟฟ้า City Line ให้บริการถึงสนามบินเหมือนกับ Express Line แถมยังจอดใกล้ๆ กันอีก นับว่าเป็นการฆ่าตัวตายทางอ้อมของ Express Line กันเลยทีเดียว เพราะในเมื่อผู้โดยสารมีตัวเลือกการเดินทางที่ถูกกว่า อยู่ห่างกันแค่เพียงเดินอ้อมห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร และความสะดวกสบายในการเข้าถึงไม่แตกต่างกันมากนัก ทำให้ผู้โดยสารส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้บริการ City Line มาก จนทำให้ Express Line ไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไปเฉกเช่นทุกวันนี้

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถไฟฟ้า Airport Express

ปัจจุบัน รถไฟฟ้า Airport Express มีรถไฟให้บริการทั้งหมด 11 ขบวน ให้บริการด้วยความถี่ 10 นาทีต่อขบวน
ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินถึงสถานี Hong Kong 24 นาที ให้บริการตั้งแต่เวลา 05.50น. ถึง 01.15น. ของวันถัดไป ตามเวลาท้องถิ่นเขตปกครองพิเศษฮ่องกง

รถไฟฟ้า Airport Express มีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 42,200 คน รวมผู้โดยสารในระยะเวลา 1 เดือนจำนวน 1,309,000 คน
(ข้อมูลเดือนกรกฎาคม 2558 จากเว็บไซต์ของ MTR > http://www.mtr.com.hk/en/corporate/investor/patronage.php)

Admin นัท

สงวนลิขสิทธิ์ ทั้งบทความ และภาพประกอบ โดยผู้เขียน
ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
เผยแพร่ครั้งแรกใน www.bkktrains.com วันที่ 30 สิงหาคม 2558

Copyright (c) 2015 Text and Pictures
Use of such content either in part or in whole without permission is prohibited.
First publish in www.bkktrains.com 30th August, 2015