เรามาถึงจุดๆ นี้ได้อย่างไร? จุดที่คนไทยทะเลาะกันเองเรื่องการใช้บันไดเลื่อน!

“เดินชิดซ้าย ยืนชิดขวา” VS “ห้ามเดินหรือวิ่งบนบันไดเลื่อน” บทสรุปควรจะเป็นแบบไหน?

เรามาถึงจุดๆ นี้ได้อย่างไร? จุดที่คนไทยทะเลาะกันเองเรื่องการใช้บันไดเลื่อน!!!

จากการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการใช้บันไดเลื่อนในสถานีรถไฟฟ้าอย่างหนักหน่วงในช่วง 1 ปีกว่าๆ ที่ผ่านมา นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามการประชาสัมพันธ์แบบสาดโคลนกันไปมาระหว่าง Operator 2 ราย ลามไปจนถึงการทะเลาะกันเองของคนไทยที่มีความเห็นต่างกันในเรื่องนี้ทั้งในสภากาแฟและสังคมออนไลน์ รวมไปถึงเป็นแหล่งกำเนิดของเหล่ามนุษย์กล้องที่มักจะถ่ายภาพผู้คนที่ยืนขวางทางเดินบนบันไดเลื่อนมาแชร์ต่อๆ กันในสังคมออนไลน์ นอกจากนี้สิ่งที่เกิดขึ้นยังทำให้เกิดสงครามน้ำลายผิดที่ผิดทาง ดังเช่นมีการไปด่าทอผู้ที่ยืนขวางบนบันไดเลื่อนในสถานที่ที่มีกฎระเบียบว่า “ห้ามเดินหรือวิ่งบนบันไดเลื่อน” ในเว็บบอร์ดชื่อดัง

เริ่มที่ค่ายคุณน้อง ได้มีการออกกฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้บันไดเลื่อนตั้งแต่เริ่มเปิดใช้บริการ โดยได้ระบุไว้ว่า “ห้ามเดินหรือวิ่งขณะอยู่บนบันไดเลื่อน” เนื่องจากเล็งเห็นว่า บันไดเลื่อนภายในสถานีของตนนั้น มีความเร็วมากกว่าบันไดเลื่อนตามห้างสรรพสินค้า จึงออกกฎนี้มาเพื่อความปลอดภัยของผู้มาใช้บริการ และลดอุบัติเหตุจากการใช้บันไดเลื่อน ซึ่งทางค่ายคุณน้อง ก็ปฏิบัติตามกฎที่ตนตั้งมาไว้โดยตลอด ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ถึงขนาดมีกล้อง CCTV จำนวนหลายตัว ที่บริเวณบันไดเลื่อน และหากมีผู้ใดเดินหรือวิ่งบนบันไดเลื่อน จะมีเสียงประกาศอัตโนมัติมาตามระบบเสียงตามสายทันที รวมถึงการตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ไว้ในจุดที่ใกล้บันไดเลื่อน หรือสื่อโฆษณาอื่นๆ

แต่ในขณะที่กระแสญี่ปุ่นในประเทศไทยมาแรงมาก ซึ่งในขณะที่ค่ายคุณน้อง ได้ปฏิบัติตามกฎของตนอย่างเคร่งครัดอยู่นั้น ได้มีคนไทยจำนวนหนึ่งที่ได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และได้มีประสบการณ์การใช้รถไฟฟ้าหรือการใช้บันไดเลื่อนที่ประเทศญี่ปุ่น (แอดมินเองก็เคยเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นอยู่ประมาณ 5-6 ครั้ง) ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นนั้นได้มีการรณรงค์การใช้บันไดเลื่อนแบบ “ฝั่งหนึ่งเดิน ฝั่งหนึ่งยืน” โดยหากเป็นแถบคันไซ จะเป็นรูปแบบ “เดินชิดซ้าย ยืนชิดขวา” ส่วนแถบคันโต จะเป็นรูปแบบ “ยืนชิดซ้าย เดินชิดขวา” ด้วยเหตุนี้ในปี 2557 ทางค่ายคุณหนู ซึ่งแต่เดิมไม่ได้มีข้อบังคับหรือการรณรงค์การใช้บันไดเลื่อนที่เด่นชัด ได้ปรับเปลี่ยนมารณรงค์การใช้บันไดเลื่อนในแบบประเทศญี่ปุ่น นั่นคือ “เดินชิดซ้าย ยืนชิดขวา” มีการติดป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณบันไดเลื่อน รวมถึงประชาสัมพันธ์ตามช่องทางต่างๆ ให้ผู้คนได้รับทราบ และอาคารหลายๆ แห่งได้นำมาตรการณ์นี้ไปใช้ในอาคารของตน โดยจุดนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามการประชาสัมพันธ์เรื่องการใช้บันไดเลื่อนของทั้ง 2 Operators เหมือนที่คุณผู้อ่านได้รับชมผ่านทาง Facebook Fanpage ของ Operator ทั้ง 2 ราย รวมถึงป้ายประชาสัมพันธ์ในสถานี และที่น่าขำขันไปยิ่งกว่านั้นคือ ในสถานีที่เชื่อมต่อกันระหว่าง 2 ระบบ มีป้ายประชาสัมพันธ์ทั้ง 2 แบบวางอยู่ใกล้กัน ชนิดที่ว่าห่างกันไม่เกิน 50 เมตรด้วยซ้ำ!!! และที่ฮาที่สุดคือ มีป้ายประชาสัมพันธ์ “ห้ามเดินหรือวิ่งบนบันไดเลื่อน” ของค่ายคุณน้อง ณ ทางออกในสถานีแห่งหนึ่ง วางหันหน้าไปทางอาคารสำนักงานใหญ่ของค่ายคุณหนู ชนิดที่ว่า หากคนบนตึกของค่ายคูณหนูเดินออกมาจากออฟฟิศ ก็ต้องเห็นป้ายนี้ทุกวันแน่ๆ

แต่ถึงอย่างไร สงครามนี้ก็ไม่ได้มีกันแค่ระหว่าง Operator ทั้ง 2 ค่ายเท่านั้น ยังเป็นชนวนให้เกิดสงครามระหว่างผู้ใช้บริการดังที่ผมได้กล่าวไว้ในย่อหน้าแรก และสงครามทั้ง 2 ทัพนี้ ดูทีท่าว่าจะไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ

เรามาถึงจุดๆ นี้กันได้อย่างไร!!!

บทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ก็คงต้องอยู่ที่ Operator ทั้ง 2 รายว่าจะหันหน้าเข้ามาคุยกันหรือไม่? อันนี้ก็คงต้องให้ระดับผู้ใหญ่เขาจัดการกันละครับ แต่วันนี้ผมมีข้อมูลเล็กๆ น้อย (แต่ไม่น่าจะน้อยนะ เพราะว่ามันเยอะอยู่) มาแชร์กันให้คุณผู้อ่าน รวมถึงคนในค่ายคุณน้องและค่ายคุณหนูได้ทราบกัน

บันไดเลื่อน (Escalator) เป็นเครื่องจักรชนิดหนึ่งที่ใช้ในการขนส่งผู้คนจากระดับชั้นหนึ่งไปสู่อีกระดับชั้นหนึ่ง โดยมีจุดประสงค์เพื่อทุ่นแรงในการเดินขึ้นหรือลงของคน ซึ่งอาศัยการออกแบบขั้นบันไดให้เลื่อนขึ้นหรือลงไปตามราง และมีราวจับที่เคลื่อนที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ของขั้นบันได โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนขั้นบันไดและราวจับผ่านชุดโซ่เหล็กให้มีทิศทางตามที่กำหนด

บันไดเลื่อนในสถานีรถไฟฟ้านั้นมีความเร็วที่มากกว่าบันไดเลื่อนที่ใช้ตามห้างสรรพสินค้า เนื่องจากการใช้งานในสถานีรถไฟฟ้านั้น ต้องขนถ่ายผู้คนเป็นจำนวนมาก ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยในขณะนี้ เกิดจากการที่ทางค่ายคุณน้องได้เคลมว่า บันไดเลื่อนของตนนั้นมีความเร็วมากกว่าบันไดเลื่อนทั่วไป เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานและป้องกันอุบัติเหตุจากการพลัดตก จึงควรงดเดินหรือวิ่งบนบันไดเลื่อน ส่วนทางค่ายคุณหนูนั้น ได้ออกแคมเปญรณรงค์ที่สวนทางกับแนวทางของค่ายคุณน้อง และได้เคลมว่า การเปิดช่องทางหนึ่งฝั่งให้คนเดิน จะลดเวลาในการขึ้นลงบันไดเลื่อน (และทำให้บันไดเลื่อนสามารถขนส่งผู้คนได้มากขึ้น) แต่ก็ยังไม่มีผลการสำรวจวิจัยที่ชัดเจนว่ามาตรการณ์ของใครให้ผลที่ดีกว่ากัน

โดยจากการสำรวจและหาข้อมูลจากผู้ผลิต พบว่า บันไดเลื่อนในสถานีรถไฟฟ้าทั้ง 2 ระบบ มีความกว้างขั้นบันไดอยู่ที่ 1,000 มิลลิเมตร หรือ 1 เมตร และความเร็วของบันไดเลื่อนในระบบรถไฟฟ้า MRT จะอยู่ที่ 0.75 เมตรต่อวินาที ส่วนบันไดเลื่อนของรถไฟฟ้า BTS จะมีความเร็วอยู่ที่ 0.67 เมตรต่อวินาที บันไดเลื่อนของรถไฟฟ้า MRT นั้น มียี่ห้อ Mitsubishi และบันไดเลื่อนของรถไฟฟ้า BTS จะมีใช้อยู่ ยี่ห้อ ได้แก่ OTIS, KONE, ThyssenKrupp, และ Hitachi ซึ่งจากการหาข้อมูลจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตบันไดเลื่อนทั้งหมด พบว่าผู้ผลิตได้เคลมเกี่ยวกับ Transport Capacity ของบันไดเลื่อนไว้ดังนี้

ซึ่งจะพบว่า ตัวเลขที่ผู้ผลิตเคลมไว้ สำหรับความเร็วที่ 0.50 เมตรต่อวินาที และความกว้างขั้นบันไดเลื่อน 1 เมตร อยู่ที่ 9,000 คนต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความจุของบันไดเลื่อนตามทฤษฎีที่กำหนดโดยมาตรฐานสหภาพยุโรป (European Standard) ซึ่งผลจะกล่าวถึงต่อไปในย่อหน้าด้านล่าง

European Standard “EN115”
และถึงแม้ในประเทศไทยจะไม่มีมาตรฐานหรือข้อบังคับการใช้บันไดเลื่อนที่ชัดเจน ประกาศออกมาชัดเจนทั้งจาก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ในสหภาพยุโรปได้มีการออกมาตรฐานที่ใช้กันในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป หรือที่รู้จักกันในชื่อ European Standard ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในสากล มีประเทศนอกกลุ่มสหภาพยุโรปได้นำมาตรฐานของสหภาพยุโรปมาเป็นมาตรฐานอ้างอิงและใช้กำหนดมาตรฐานของตน ในประเทศไทยเองก็ได้มีการนำ European Standard หลายๆ ตัวมาปรับใช้ และออกเป็นมาตรฐานของประเทศไทย

สำหรับมาตรฐานตัวหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยบนบันไดเลื่อนและทางเลื่อน ที่ทางสหภาพยุโรปได้ออกมานั้น มีรหัสมาตรฐาน EN115 เรื่อง “Safety of escalators and moving walk” ซึ่งเป็นมาตรฐานข้อกำหนดเกี่ยวกับความปลอดภัยบนบันไดเลื่อนและทางเลื่อน

สำหรับข้อมูลที่มาตรฐาน EN115 ได้ระบุไว้เกี่ยวกับความจุ (Travel Capacity) ในหน่วย คนต่อชั่วโมง (persons per hour.) ของบันไดเลื่อน ได้มีการกำหนดไว้ แบ่งตามการใช้งาน 3 เงื่อนไข ดังนี้

Uncrowded หรือสภาวะการใช้งานที่ไม่หนาแน่น มีผู้คนบนบันไดเลื่อนเบาบาง มีจำนวนน้อย

Convenient หรือสภาวะการใช้งานปกติ มีผู้คนบนบันไดเลื่อนไม่หนาแน่นมากนัก ยังพอมีช่องว่างให้เห็นอยู่พอสมควร
Crowded หรือสภาวะการใช้งานอย่างหนาแน่น บันไดเลื่อนทุกขั้นเต็มไปด้วยคนจำนวน 2 คนต่อขั้น และยืนติดกันโดยไม่มีการเว้นขั้นบันได

โดยความจุของบันไดเลื่อนที่ได้ปรับค่าตามตัวแปรในการใช้งาน (Effectiveness Capacity) จะมีดังนี้

จากตารางข้างต้น จะพบว่า ที่ความเร็ว 0.65 เมตรต่อวินาที ในสภาวะหนาแน่น บันไดเลื่อนที่มีความกว้างขั้นบันได 1 เมตร ซึ่งเป็นการใช้งานที่ตรงกับการใช้งานบันไดเลื่อนในสถานีรถไฟฟ้า BTS จะสามารถขนส่งคนได้จำนวน 7,300 คนต่อชั่วโมง ซึ่งจากตัวเลขนี้ ผมเองก็อยากทราบว่า การรณรงค์ของ BTS ที่บอกว่า “เดินชิดซ้าย ยืนชิดขวา” สามารถให้ตัวเลขที่มากกว่า 7,300 คนต่อชั่วโมง ได้หรือไม่?

จากเรื่องความจุในการใช้งานบันไดเลื่อน มาตรฐาน EN115 ยังได้ระบุเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้งานบันไดเลื่อน โดยในมาตรฐาน EN115 ตอนที่ 2 (EN115 Safety of escalators and moving walk – Part 2: Rules for the improvement of safety of existing escalator and moving walks) จะเป็นการกล่าวถึงกฎในการปรับปรุงเรื่องความปลอดภัยในบันไดเลื่อนและทางเลื่อนอัตโนมัติที่มีการใช้งานอยู่แล้ว และเป็น Part ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความปลอดภัยโดยตรง ซึ่งหัวข้อที่ 4 ของมาตรฐาน EN115 Part 2 ได้ระบุเกี่ยวกับ Significant Hazards หรืออันตรายที่มีนัยยะสำคัญโดยตรงกับความปลอดภัยในการใช้งานบันไดเลื่อน ในหัวข้อย่อยที่ 4.2 ได้มีการรวบรวมอุบัติเหตุหรืออันตรายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับมาตรฐาน EN115 ไว้หลายรายการ และมีการจัดลำดับความสำคัญไว้ 3 ระดับ ได้แก่ High มีอันตรายอยู่ในระดับสูง, Medium มีอันตรายอยู่ในระดับปานกลาง, และ Low มีอันตรายอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งรายการที่น่าสนใจที่ผมจะขอยกมา จะมีรายการที่ 4 และ 5

รายการที่ 4 Slipping on steps/pallets/belt and landing area หรือการลื่นล้มบนขั้นบันไดของบันไดเลื่อน หรือบริเวณจุดสิ้นสุดบันไดเลื่อน รายการนี้ได้ถูกจัดลำดับความสำคัญอยู่ในระดับ High หรือมีอันตรายอยู่ในระดับสูง เนื่องจากขั้นบันไดของบันไดเลื่อนนั้น ผลิตจากวัสดุโลหะ (เหล็ก) ทำสี ซึ่งหลายๆ ครั้งให้ผิวสัมผัสที่ลื่น ซึ่งหากเมื่อสัมผัสกับพื้นรองเท้าที่มักจะทำจากวัสดุยาง หรือวัสดุสังเคราะห์ อาจจะทำให้เกิดการลื่นไถลได้ และมักจะเกิดในกรณีที่มีการเดินหรือวิ่งบนบันไดเลื่อน

รายการที่ 5 Falling due to insufficient step demarcation หรือการพลัดตกจากขั้นบันไดเนื่องจากการก้าวออกนอกพื้นที่กรอบสีเหลือง รายการนี้ได้ถูกจัดลำดับความสำคัญอยู่ในระดับปานกลาง โดยเหตุนี้จะเกิดการพลัดตกจากขั้นบันไดขึ้นต่อเมื่อ มีการก้าวลงไปบนขั้นบันไดเลื่อน แต่ไม่อยู่ในบริเวณกรอบสีเหลือง หรือบริเวณของขั้นบันได โดยในขณะที่บันไดเลื่อนทำงาน ในช่วงที่เป็นขั้นบันได ตัวขั้นบันไดจะมีการเลื่อนถอยหลังเล็กน้อย ซึ่งจะส่งผลให้ขนาดของขั้นบันไดมีขนาดที่สั้นลง เมื่อมีการเดินขึ้นหรือลงบันไดเลื่อน อาจจะทำให้เกิดการก้าวพลาด และพลัดตกลงมาได้

โดยทั้ง 2 รายการนี้ เป็นอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้หากมีการเดินหรือวิ่งบนบันไดเลื่อน และต้องมีการเกิดเหตุบ่อยจนถึงขั้นต้องนำมาระบุไว้ในมาตรฐานความปลอดภัย นอกจากนี้ มาตรฐาน EN115 ยังมีการให้คำแนะนำแก่เจ้าของอาคาร โดยระบุไว้ว่า

Use of stationary escalators as staircases
BS EN115-1: 2008 recommends that escalators should not be used as regular staircases.
This is particularly the case for vulnerable groups of people, where the use of stationary escalators should be avoided and other alternatives, e.g.: lifts or regular stairs would clearly be safer.

ซึ่งจากการออกข้อบังคับของ BMCL ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT นั้น แสดงให้เห็นว่า BMCL ใส่ใจถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกท่าน จึงต้องออกมาตรการณ์ “ห้ามเดินหรือวิ่งบนบันไดเลื่อน” สำหรับท่านที่สนใจ สามารถค้นหามาตรฐาน EN115 มาศึกษาได้จากแหล่งข้อมูลในอินเตอร์เน็ต หรือเว็บไซต์ต่างๆ

บทสรุปของเรื่องนี้ ควรจะเป็นไปในทิศทางไหน???

การที่จะหาข้อสรุป และหยุดการทะเลาะกันของคนไทยเกี่ยวกับการใช้บันไดเลื่อน คงจะต้องเป็นหน้าที่ของ Operator ทั้ง 2 ราย ที่เป็นต้นเหตุของปัญหาดังกล่าว ให้เข้ามาคุยกัน เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรฐานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และบังคับใช้ให้เป็นมาตรฐานของประเทศไทย โดยทางฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ก็ปฏิบัติถูกต้องตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในสากล ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งคงจะต้องหนักใจหน่อย ที่เป็นห่วงเรื่องเวลาในการเดินทางของผู้โดยสาร

สำหรับส่วนตัวผมเอง ผมมองว่า การที่เปิดทาง 1 ข้างบนบันไดเลื่อนให้คนเดิน อาจจะเพิ่มความเร็วในการเดินทางได้ก็จริง แต่เป็นการเพิ่มความรวดเร็วในระดับบุคคลเท่านั้น หรือเป็นการแก้ไขปัญหาในระดับจุลภาค (Microscopic) ไม่ได้มองถึงภาพรวมของผู้โดยสารทั้งหมดในสถานี ซึ่งเป็นระดับมหภาค (Macroscopic) ซึ่งหากบันไดเลื่อนถูกใช้งานอย่างเต็มที่ มีการยืนบนขั้นบันไดขั้นละ 2 คนตามที่ผู้ผลิตได้ออกแบบมาไว้ โดยการใช้งานในสถานีรถไฟฟ้านั้น จะเป็นการใช้งานในเงื่อนไข Crowded และความเร็วของบันไดเลื่อนทางฝั่งที่รณรงค์เดินชิดซ้ายฯ นั้น อยู่ที่ 0.67 เมตร/วินาที ซึ่งหากใช้งานอย่างที่มาตรฐาน EN115 ระบุไว้ จะสามารถขนส่งคนได้ 7,300 คนต่อชั่วโมง ซึ่งเป็น Flow สูงสุดที่บันไดเลื่อนสามารถทำได้ แต่จากการจัดแคมเปญรณรงค์ดังกล่าว กลับไม่มีตัวเลขออกมาให้เห็นถึงผลของการจัดแคมเปญดังกล่าว เมื่อเทียบกับที่ EN115 ระบุ

ซึ่งผมเองก็อยากเห็น Operator ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยอาจจะมีการจัดการทดลองเพื่อหาสรุป เปรียบเทียบกันระหว่าง “เดินชิดซ้าย ยืนชิดขวา” กับ “ไม่เดินบนบันไดเลื่อน” แบบไหนจะให้ Transport Capacity และความปลอดภัยในการใช้งานที่ดีกว่ากัน ซึ่งหากการทดลองระบุว่า “เดินชิดซ้าย ยืนชิดขวา” ให้ผลในภาพรวมที่ดีกว่า ทั้งในเรื่องของ Capacity และ Safety ก็เห็นควรที่จะรณรงค์ต่อไป แต่ถ้า “ไม่เดินบนบันไดเลื่อน” ให้ผลที่ดีกว่า ก็ควรจะหยุดการรณรงค์ “เดินชิดซ้าย ยืนชิดขวา” ไปเสีย และหันหน้ามาร่วมมือกันรณรงค์ในสิ่งที่ดีกว่าแทน

หากทั้ง 2 Operators ร่วมมือกัน ทั้งการปรับความเข้าใจ และการทดลองหา Solution ที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นหัวใจที่สำคัญของงานด้าน Research and Development หรือ R&D ผมเชื่อมั่นว่า สงครามระหว่างคนไทยในเรื่องนี้ ก็ค่อยๆ หายไปจากสังคมเองครับ