ขึ้นรถไฟฟ้าอย่างไร ไม่ให้ตกเป็นจำเลยโซเชียล

คุณเคยไหม ที่เดินทางด้วยรถสาธารณะอยู่ดีๆ มีคนมาถ่ายรูปคุณ?
คุณเคยไหม ที่เป็นไปในหน้าเฟซบุ๊คแล้วมีรูปของคุณถูกโพสอยู่ในหน้าไทม์ไลน์ของเพจต่างๆ
คุณเคยไหม ที่อยู่ดีๆ ต้องตกเป็นจำเลยในโซเชียลเน็ตเวิร์ค?
คุณเคยไหม ที่ต้องมาเสียเวลาในการเดินทางกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
คุณเคยไหม ที่ต้องมาโพส Status หรือลงกระทู้เพื่อระบายในสิ่งที่พบเจอระหว่างการเดินทาง

หลายๆ คนคงประสบปัญหาการเดินทางในระบบรถไฟฟ้าทั้ง 3 ระบบ ที่มักจะผู้คนหลากหลายมาใช้บริการ วันนี้ผมจะมาแนะนำข้อควรปฏิบัติ 14 ประการใช้รถไฟฟ้าที่ถูกต้อง เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง และลดปัญหามนุษย์กล้องในโซเชียลมีเดียต่างๆ พร้อมกันแล้ว ไปดูกันเลยครับ

1.มาหลายคน ส่งคนไปซื้อบัตรเพียงแค่คนเดียวพอ

บริเวณเครื่องจำหน่ายบัตรโดยสาร จะเป็นจุดที่มีความหนาแน่นมากที่สุดของสถานี เนื่องจากจะเป็นจุดที่ผู้โดยสารที่ไม่มีบัตรโดยสารประเภทเติมเงินหรือเติมเที่ยว จะต้องมาแวะทุกคนก่อนเข้าสู่ระบบ ดังนั้นเพื่อเป็นการลดความหนาแน่นในบริเวณดังกล่าว หากคุณเดินทางกับเพื่อนหรือญาติของคุณตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปและไม่มีบัตรโดยสาร คุณสามารถฝากเพื่อนคนใดคนหนึ่งของคุณเข้าไปซื้อบัตรโดยสารที่เครื่องอัตโนมัติได้ ซึ่งจะช่วยให้แถวคอยที่จะใช้บริการเครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติสั้นลง

2.เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารบางแบบ ออกบัตรได้มากกว่า 1 ใบ/ครั้ง

ต่อเนื่องจากข้อที่ 1 หากคุณเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง (สถานี) เดียวกันกับเพื่อนของคุณ เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารของรถไฟฟ้า BTS ชนิดที่รับธนบัตรได้ และแบบที่ติดตั้งในส่วนต่อขยายทั้ง 2 ฝั่ง รวมถึงเครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารของรถไฟฟ้า Airport Rail Link สามารถออกบัตรโดยสารได้ 1 ใบต่อครั้ง การใช้ฟังก์ชั่นนี้ จะช่วยลดเวลาในขั้นตอนการซื้อบัตรของคุณได้ หากคุณใช้ฟังก์ชั่นนี้ คุณใช้เวลาน้อยลง คนรอข้างหลังแฮปปี้

3.เหรียญมีไม่พอกับค่าโดยสาร กดไปก่อน แล้วค่อยไปเพิ่มเงินที่ปลายทาง

ปัญหานี้จะเกิดขึ้นบ่อยกับรถไฟฟ้า BTS ที่เครื่อง TVM ส่วนใหญ่จะรับได้เฉพาะเหรียญ หลายๆ ครั้งที่คุณมีเหรียญไม่พอกับค่าโดยสารในสถานีที่คุณจะไป แต่เมื่อมองไปยังคิวแลกเหรียญที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร พบว่าคิวแลกเหรียญก็ยาวไม่แพ้กัน ครั้นจะยึกยักอยู่หน้าเครื่องจำหน่ายบัตรก็คงจะไม่ดีแน่ๆ

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ถ้าในสถานีมีคนหนาแน่นมาก และการที่ต้องไปต่อแถวใหม่นั้นก็จะเสียเวลาเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม คุณสามารถเลือกที่จะกดซื้อบัตรโดยสารในราคาที่เท่ากับหรือต่ำกว่าจำนวนเหรียญที่คุณมีอยู่ไปก่อน โดยไม่ต้องมาเสียเวลาต้นหาเหรียญในกระเป๋า ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มความหงุดหงิดให้กับคนข้างหลังคุณได้ และก่อนออกจากระบบที่สถานีปลายทางของคุณ คุณสามารถไปเพิ่มมูลค่า (Add Value) ของบัตรโดยสารใบนั้นได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร ซึ่งสามารถเลือกชำระเงินด้วยธนบัตรได้ คุณไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวแลกเหรียญหรือค้นหาเหรียญเพิ่มเติม ส่วนคนข้างหลังก็แฮปปี้ที่เดินทางได้เร็วยิ่งขึ้น

4.เตรียมบัตรโดยสารให้พร้อม ไม่ต้องถอยเข้าออกให้เสียเวลา

หมั่นเช็คยอดเงินคงเหลือในบัตรทุกครั้งที่แตะบัตรโดยสารออกจากระบบ หากมูลค่าคงเหลือในบัตรเหลือต่ำกว่า 15 บาทควรจะเติมทันทีหากทำได้ โดยเฉพาะกรณีที่เงินคงเหลือในบัตรมีมูลค่าติดลบ จะทำให้ครั้งต่อไปไม่สามารถใช้บัตรโดยสารใบนี้ในการเข้าสู่ระบบได้
สำหรับช่องทางการเติมเงินในบัตรโดยสาร หากเป็นรถไฟฟ้า MRT ก็ลำบากหน่อย ตรงที่การเติมเงินในบัตรโดยสาร จะต้องเติมที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารในสถานี MRT เท่านั้น

แต่ของรถไฟฟ้า Airport Rail Link จะสบายขึ้นมาอีกนิด นั่นคือสามารถเติมเงินในบัตรที่เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติได้ และมีจำนวนเงินขั้นต่ำในการเติมบัตรโดยสาร Airport Rail Link อยู่ที่ 20 บาทเท่านั้น แต่ต้องจ่ายด้วยธนบัตรเท่านั้นนะ!

ส่วนบัตร Rabbit นั้นสบายที่สุด หากคุณไม่ได้ใช้บัตรโดยสารรถไฟฟ้า BTS ประเภทจำกัดจำนวนเที่ยวใน 30 วัน ที่จะต้องเติมเที่ยวในบัตรที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารเท่านั้น สำหรับการเติมเงินในบัตร Rabbit นอกจากที่การเติมเงินที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารแล้ว คุณสามารถเติมเงินในบัตร Rabbit ได้ที่

  • ร้าน McDonald ทุกสาขาในเขตกรุงเทพและปริมณฑล (สาขาต่างจังหวัด ผมเคยเห็นที่เชียงใหม่เท่านั้น ที่เติมบัตร Rabbit ได้ เอาไปใช้ที คนท้องถิ่นงง! พนักงานทำไม่เป็นด้วย ขนาดพัทยาใกล้กรุงเทพฯ มากกว่าเชียงใหม่ยังไม่มีเลยนะ)
  • ตู้ Kiosk AIS mpay ที่ศูนย์บริการ AIS หรือร้าน Telewiz (มีค่าธรรมเนียม)
  • จุดจำหน่ายบัตรเงินสดใน Paragon Food Hall ชั้น G ศูนย์การค้า Siam Paragon
  • จุดจำหน่ายบัตรเงินสดใน Quartier Food Hall อาคาร The Waterfall Quartier ชั้น B ศูนย์การค้า EmQuartier
  • Mini BigC สาขาในกรุงเทพและปริมณฑล

5.ใช้บัตรโดยสารให้ถูกประเภท เตรียมหลักฐานให้พร้อม ลดความหงุดหงิดในการเดินทาง

บ่อยครั้งที่เรามักจะเห็น Status ใน Facebook หรือกระทู้ Pantip.com เกี่ยวกับการสุ่มตรวจบัตรโดยสารในช่วงเวลาเร่งด่วน ซึ่งถ้าคุณเป็นผู้โดยสารที่ถูกสุ่มตรวจก็คงจะหงุดหงิดไม่น้อย ที่จะต้องมาเสียเวลาหยิบบัตรประชาชนและบัตรนักศึกษามาให้พนักงานตรวจ หรือหากคุณใช้บัตรโดยสารผิดประเภทเสียเองคุณก็อาจจะถูกยึดบัตรและเสียเงินไปฟรีๆ หากไม่นำหลักฐานมาแสดงเพื่อรับบัตรคืน

วิธีแก้ง่ายๆ คือ “ใช้บัตรโดยสารให้ถูกประเภท” บัตรโดยสารประเภทนักเรียนนักศึกษา จะใช้ได้สำหรับผู้ที่มีอายุไม่เกิน 23 ปีบริบูรณ์ โดยจะต้องแสดงหลักฐานคือบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรนักเรียนนักศึกษาเมื่อเจ้าหน้าที่ร้องขอ ส่วนบัตรโดยสารสำหรับผู้สูงอายุ จะใช้ได้สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป โดยจะต้องแสดงหลักฐานคือบัตรประจำตัวประชาชนเมื่อเจ้าหน้าที่ร้องขอเช่นเดียวกัน

ส่วนวิธีการสังเกตของเจ้าหน้าที่ เขาจะสังเกตจากไฟ สำหรับระบบรถไฟฟ้า BTS หากคุณใช้บัตรโดยสารประเภทนักเรียนนักศึกษา เวลาแตะบัตรที่เครื่องจะมีไฟสีแดงแสดงขึ้นมา ส่วนบัตรผู้สูงอายุจะแสดงไฟสีน้ำเงิน ส่วนรถไฟฟ้า MRT และ Airport Rail Link จะมีเสียงเตือนและมีสัญลักษณ์ขึ้นที่เครื่องเช่นเดียวกัน ถ้าใช้บัตรผิดประเภท ยังไงก็ไม่รอดครับ ใช้ให้ถูกประเภทดีกว่า ไม่เหนื่อยเจ้าหน้าที่ ผู้โดยสารก็ไม่เสียเวลา

6.เรื่องของบันไดเลื่อน เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม

ท่ามกลางกระแสในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับความขัดแย้งในเรื่องของนโยบายความปลอดภัยในการใช้บันไดเลื่อนของทั้ง 2 Operators ที่ยังหาข้อสรุปที่ลงตัวไม่ได้นั้น ในระหว่างนี้ผู้โดยสารทุกท่านคงต้องเหนื่อยหน่อยในการปฏิบัติตามกฎที่ชวนให้สับสนอยู่ไม่น้อย หรือบางทีต้องเดินทางเชื่อมต่อกันระหว่าง 2 ระบบ ทำให้ปรับตัวไม่ทันก็เป็นได้

ในระหว่างที่เราให้เวลา Operators 2 รายเขาไปตกลงกัน พวกเราในฐานะผู้โดยสารก็ควรจะปฏิบัติตามกฎที่เจ้าของสถานที่เขากำหนดไว้ ขึ้น BTS ก็เว้นช่องทางด้านซ้ายบนบันไดเลื่อนไว้ให้คนที่รีบเดิน อย่าไปยืนขวาง มิเช่นนั้นอาจจะมีรูปคุณปรากฏอยู่ใน Social Media ได้ ส่วนเวลาขึ้น MRT ก็อย่าไปตำหนิหรือแสดงกริยามารยาทกระฟัดกระเฟียดคนที่เขายืนบนบันไดเลื่อนฝั่งซ้าย เพราะเจ้าของสถานที่เขาห้ามเดินครับ

 

7.ถึงชานชาลาแล้ว เดินเข้าไปบริเวณพื้นที่ว่างกลางชานชาลา อย่ายืนขวางหน้าบันไดเลื่อน

เมื่อคุณเดินขึ้นบันไดหรือบันไดเลื่อนจนถึงชั้นชานชาลาแล้ว ควรเดินเข้าสู่พื้นที่ว่างบริเวณกลางชานชาลา หรือบริเวณที่ว่างที่ไม่ได้อยู่ใกล้กับบริเวณทางขึ้นลงบันได เพื่อเปิดทางให้ผู้โดยสารท่านอื่นได้ขึ้นสู่ชานชาลาได้ และนอกจากนี้ การยืนกีดขวางบริเวณทางขึ้นลงบันไดหรือบันไดเลื่อน อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการพลัดตกบันไดได้

8.เข้าแถวรอได้ฝั่งละ 2 แถว ไม่ผิดกติกา

อีก 1 Topic ที่เราสามารถพบเห็นกันได้บ่อยตาม Social Media ต่างๆ นั่นคือเรื่องของแถวคอยขึ้นรถไฟฟ้า ซึ่งบริเวณประตูทางเข้าจะมีการติดลูกศรที่พื้นเพื่อแสดงจุดหัวแถวไว้ โดยรถไฟฟ้า BTS และ Airport Rail Link จะติดลูกศรที่พื้นไว้บริเวณด้านข้างของประตูทั้ง 2 ด้าน ด้านละ 2 แถว ส่วนรถไฟฟ้า MRT จะติดไว้ด้านละ 1 แถว

แต่ที่เป็นปัญหามากที่สุด จะเกิดขึ้นในระบบรถไฟฟ้า BTS และ Airport Link ที่มีการจัดแถวคู่ ด้านละ 2 แถว รวม 4 แถวต่อประตู หลายๆ ครั้งที่มีคนไปเข้าแถวในแถวที่ 2 มักจะถูกสายตาจากคนที่ต่อในแถวที่ 1 มองด้วยสายตาที่อาฆาตราวกับไปทำความผิดอย่างใหญ่หลวงมา

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การที่ต่อแถวขึ้นรถไฟฟ้าในแถวที่ 2 ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดกติกาแต่อย่างใด โดยทางผู้ให้บริการเขาได้ออกแบบให้เข้าแถวคอยได้ 2 แถวต่อด้านอยู่แล้ว เนื่องจากในบางสถานี (โดยเฉพาะสถานีของ BTS และ Airport Rail Link) มีพื้นที่จำกัด หากกำหนดให้แต่แถวเดียวจะทำให้ความยาวของแถวคอยยาวเกินไปจนไปปิดกั้นทางเดินด้านหลัง ทำให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ ไม่ได้รับความสะดวกในการเดิน

“เลิกเสียทีเถอะครับกับการตั้งกระทู้หรือโพสข้อความตำหนิคนที่ไปต่อแถวที่ 2” เพราะเขาก็ไม่ได้ทำผิดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

9.ไม่ต้องรีบเข้า ให้ทางแก่ผู้โดยสารในขบวนรถออกก่อน

เมื่อรถไฟเข้าชานชาลาแล้ว ยังไม่ต้องรีบเข้า รอให้คนข้างในที่จะออก เดินออกจากรถให้หมดก่อนแล้วค่อยเข้า เพราะถ้าหากคุณรีบเดินเข้าในจังหวะที่มีคนด้านในเดินสวนออกมา คุณเองก็ต้องหยุดหรือเดินถอย เพื่อให้คนด้านในเดินออกมาได้ แล้วจึงเดินเข้าไปใหม่ ซึ่งนั่นเป็นการเสียเวลาที่เพิ่มขึ้น เพราะในขณะที่คุณเดินเข้านะ คนด้านหลังก็มักจะเดินตามคุณเข้ามา แต่เมื่อคุณหยุดหรือถอยให้ผู้โดยสารด้านในเดินออก คนข้างหลังก็ต้องหยุดรอ และคนที่จะเดินออกก็ต้องเดินเบียดออกมา ซึ่งจะใช้เวลามากกว่าการเดินแบบไม่เบียด และแน่นอนว่า ทำให้รถไฟเกิดความล่าช้าได้

10.เข้ารถแล้ว เดินเข้าด้านใน ไม่ยืนบริเวณประตู

หลังจากที่คุณเข้าสู่ขบวนรถได้แล้ว การเดินเข้าสู่ที่ว่างด้านในจะเป็นการช่วยเพิ่มที่ว่างบริเวณประตู ทำให้ผู้โดยสารอีกจำนวนหนึ่งที่รอการโดยสารอยู่บริเวณชานชาลา สามารถเข้าสู่รถไฟได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้รถไฟขบวนนั้นรับคนได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3-5 คน/ประตู หรือหากคิดบน BTS ก็จะรับคนได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 48-80 คน/ขบวน สำหรับ MRT ก็จะรับคนเพิ่มได้อีกประมาณ 36-60 คน/ขบวน หรือ Airport Rail Link ก็จะรับเพิ่มได้อีกประมาณ 18-30 คน/ขบวน การเดินเข้าสู่ที่ว่างด้านใน ช่วยให้คนอีกหลายๆ คนได้ไปรถไฟขบวนเดียวกับคุณ ซึ่งเห็นผลได้ชัดเจนมากกว่าการเว้นช่องทางให้คนเดินบนบันไดเลื่อนอีกครับ

11.เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ด้วยการไม่ยืนพิงเสา

การยืนพิงเสานั้น ทำให้เสาดังกล่าวถูกเสียไปโดยที่มีผู้ได้ประโยชน์เพียงแค่คนเดียว (ผู้ที่พิง) แต่ถ้าเราการไม่ยืนพิงเสา จะทำให้เสาดังกล่าวเปลี่ยนสภาพจากที่(พึ่ง)พิงของคนๆ เดียว กลายเป็นที่พึ่งพิงในการจับให้กับคนได้อีกหลายๆ คน ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุในกรณีที่มีการเร่งหรือเบรค รวมถึงกรณีที่มีการเบรกกระทันกันอีกด้วย

12.หากต้องยืนตรงประตู เมื่อถึงสถานีแต่ยังไม่ลง หลบให้คนด้านในเดินออกซักนิด

ถ้าหากคุณต้องเข้าสู่ขบวนรถเป็นคนสุดท้ายก่อนที่ประตูจะปิด และภายในขบวนนั้นผู้โดยสารแน่นมาก ไม่สามารถขยับเข้าสู่ด้านในได้ และคุณยังไม่ได้ลงที่สถานีต่อไปแน่ๆ

วิธีแก้ปัญหานี้ไม่ยากครับ เมื่อถึงสถานีต่อไป คุณสามารถเปิดทางให้ผู้โดยสารด้านในเดินออกจากขบวนรถได้ โดยการเดินหลบออกมายืนรอบริเวณชานชาลาข้างๆ ประตู และเมื่อผู้โดยสารด้านในออกหมด สิทธิในการเข้าสู่ขบวนรถก่อนก็เป็นของคุณทันทีครับ ไม่ต้องรอให้ผู้โดยสารที่รออยู่บนชานชาลาเข้าสู่ขบวนรถก่อนแต่อย่างใด

13.สะพายเป้มา วางลงก่อน หรือนำมาสะพายไว้ด้านหน้า

คงจะต้องมีบ้าง โอกาสที่คุณจะต้องเดินทางพร้อมสัมภาระ โดยเฉพาะเป้สะพายหลัง หรือกระเป๋า Back Pack ซึ่งกระเป๋าประเภทนี้จะกินพื้นที่บริเวณด้านหลังของคุณเท่ากับพื้นที่สำหรับผู้โดยสารท่านอื่น 1 คน และหลายครั้งในระหว่างที่คุณสะพายกระเป๋าเป้ กระเป๋าเป้ของคุณอาจจะไปกระแทก หรือชนกับผู้โดยสารท่านอื่นๆ ได้

จะเป็นการดียิ่งกว่า หากคุณนำกระเป๋าเป้วางลงไว้กับพื้นก่อน เมื่อถึงปลายทางของคุณค่อยหยิบขึ้นมาและเดินออกจากรถไฟ หรือหากกระเป๋าเป้ของคุณใบไม่ใหญ่มาก คุณสามารถนำมาสะพายไว้บริเวณด้านหน้าของคุณได้

14.ออกจากรถแล้ว อย่าหยุดยืนรอ ออกจากระบบไปก่อน ค่อยตามเพื่อน

เมื่อคุณมาถึงสถานีปลายทางของคุณแล้ว หลังจากที่เดินออกจากรถไฟ ควรจะรีบเดินออกจากระบบให้เร็วที่สุด ไม่ควรหยุดยืนรอบริเวณชานชาลา บันได เนื่องจากจะเป็นการกีดขวางทางเดินของผู้โดยสารท่านอื่นๆ ที่ต้องการออกจากระบบรถไฟฟ้า
หากคุณต้องการที่จะยืนรอเพื่อน โทรถามทาง ภายในบริเวณสถานี ควรจะหยุดยืนทำธุระภายในบริเวณที่ว่างบริเวณชานชาลาด้านหัวและท้ายขบวน ซึ่งจะเป็นจุดที่ไม่ค่อยมีผู้โดยสารเดินผ่านมากนัก หรือหาที่ว่างหลังจากออกจาระบบไปแล้ว จะเป็นการดีกว่า

14 ข้อง่ายๆ ที่จะช่วยให้การเดินทางของคุณมีความสุข หากพวกเราช่วยกัน สังคมแห่งนี้ก็จะน่าอยู่มากยิ่งขึ้นครับ

Admin นัท

สงวนลิขสิทธิ์ ทั้งบทความ และภาพประกอบ โดยผู้เขียน
อนุญาตให้เผยแพร่ต่อได้โดยการทำลิ้งค์เชื่อมโยงมาที่หน้าบทความแห่งนี้
เผยแพร่ครั้งแรกใน www.bkktrains.com วันที่ 12 กันยายน 2558

Copyright (c) 2015 Text and Pictures
Allowed to share with hyperlink to this article.
First publish in www.bkktrains.com 12th September 2015