พาเที่ยว SCMAGLEV and Railway Park : มันก็จะมีชีวิตชีวาหน่อยๆ

SCMAGLEV and Railway Park เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้ทางด้านระบบรางในญี่ปุ่น โดยพิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโดย JR Central ผู้ให้บริการรถไฟในภูมิภาค Chubu รวมถึงเป็นผู้ให้บริการรถไฟความเร็วสูง Tokaido Shinkansen ที่ให้บริการระหว่างสถานี Tokyo และ Shin-Osaka

SCMAGLEV and Railway Park ตั้งอยู่ในเมือง Nagoya จังหวัด Aichi (Aichi Prefecture) ภูมิภาค Chubu ใลก้กับ Legoland Japan สามารถเดินทางไปได้โดยขึ้นรถไฟสาย Aonami จากสถานี Nagoya ไปลงที่สถานี Kinjofuto หรือจำง่ายๆ ว่าลงสุดสาย ถ้าหากไปช่วงสายๆ ประมาณ 9.00น. – 11.00น. อาจจะได้รถแบบ Non-stop จากสถานี Nagoya ไปสถานี Kinjofuto โดยไม่จอดระหว่างทางเลยทีเดียว

รถไฟสาย Aonami (Aonami-sen)

ชานชาลาสถานี Kinjofuto

พิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้ด้านระบบรางในญี่ปุ่นนั้น แต่ละแห่งจะมี Concept ในการจัดแสดงที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละที่ เช่นถ้าหากจะศึกษาด้านรถไฟทั่วไป (Conventional Rail) ของ JR ต้องไปที่ Railway Museum ที่จังหวัดไซตามะ เป็นต้น โดย SCMAGLEV and Railway Park แห่งนี้ จะมีการจัดแสดงใน Concept ของรถไฟความเร็วสูง หรือ Shinkansen ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของ Shinkansen ไปจนถึงเทคโนโลยีในอนาคตอย่าง Maglev ที่ทาง JR กำลังพัฒนาเพื่อให้บริการในเส้นทาง Chuo Shinkansen ระหว่างสถานี Shinagawa กับสถานี Nagoya

สำหรับรถไฟที่จัดแสดงภายใน SCMAGLEV and Railway Park ทุกตู้โดยสารนั้น เป็นตู้โดยสาร “ของจริง” ที่เคยออกให้บริการ หรือเคยนำขึ้นไปทดสอบในเส้นทางมาแล้วทั้งสิ้น โดยมีการจัดแสดงตู้โดยสารถึง 39 ตู้ ซึ่งเมื่อก้าวเข้าไปยัง SCMAGLEV and Railway Park ส่วนแรกหลังจากที่ซื้อบัตรเข้าชมแล้ว เราจะพบกับส่วนจัดแสดง “The symbols of the high-speed railway” ซึ่งจะรวบรวมรถไฟที่ทำสถิติได้สูงสุดไว้จำนวน 3 รุ่น ได้แก่

1.รถจักรไอน้ำ Class C62 ซึ่งเป็นรถจักรไอน้ำที่สามารถทำความเร็วได้สูงที่สุดบนทางขนาดความกว้าง 1,067 มม.

รถจักรไอน้ำ Class C62

2.รถไฟความเร็วสูง Shinakansen Class 995 (300X) ซึ่งเป็นรถไฟความเร็วสูงที่ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 425 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถไฟรุ่นนี้ผลิตโดย Hitachi, Kawasaki Heavy Industries, Mitsubishi Heavy Industries, Nippon Sharyo และผลิตออกมาเพียง 1 ขบวน 6 ตู้โดยสารเท่านั้น ปัจจุบันตู้โดยสารทั้ง 6 ตู้ ถูกกระจายเพื่อนำไปจัดแสดง ณ สถานที่ต่างๆ

Shinkansen Class 995 (300X)

3.รถไฟความเร็วสูง MXL01-1 ซึ่งเป็นรถต้นแบบของ Maglev ที่จะนำมาให้บริการใน Chuo Shinkansen Line โดยทำความเร็วได้สูงสุดถึง 603 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Maglev MLX01-1

เมื่อเข้ามาส่วนถัดมา จะเป็นโถงขนาดใหญ่ มีรถไฟจัดแสดงอยู่หลายรุ่น ตั้งแต่รถไฟรุ่นเก่าที่เคยให้บริการ รวมไปถึง Shinkansen 0 Series “พ่อความเร็วสูงทุกสถาบัน” รถไฟความเร็วสูงรุ่นแรกของโลก ทั้งนี้รถไฟทุกขบวนล้วนเป็นของจริงที่เคยออกให้บริการมาแล้ว “มันก็จะสมจริงหน่อยๆ” นอกจากนี้ รถไฟบางขบวนนั้นเปิดให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าไปชมด้านในได้

ส่วนจัดแสดงรถไฟรุ่นต่างๆ (Rolling Stock Hall)

Shinkansen 0 Series “พ่อความเร็วสูงทุกสถาบัน”

ภายในห้องโดยสารของรถไฟรุ่นต่างๆ ที่จัดแสดงไว้

ถัดมาทางด้านซ้ายของอาคาร จะเป็นส่วนของ Railway System Learning Zone เป็นส่วนที่จัดแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนารถไฟความเร็วสูงในประเทศญี่ปุ่น ทั้งการออกแบบเส้นทาง ระบบต่างๆ ที่เกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูง ส่วนประกอบของรถไฟความเร็วสูง เป็นต้น รูปแบบของนิทรรศการจะเป็นแบบ Interactive และ Reality ผู้เข้าชมสามารถทดลอง สัมผัส ส่วนประกอบต่างๆ ของรถไฟได้ เช่น การทำงานของมอเตอร์ขับเคลื่อนและชุดแคร่ล้อ (โบกี้) หรือ ทดลองเล่น Weight กับการยก Pantograph เป็นต้น

อีกฝั่งของอาคารจะเป็นบริเวณของห้อง Simulator ผู้เข้าชมสามารถซื้อบัตรเพิ่มเติมเพื่อทดลองขับรถไฟได้ โดยมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำในการเข้าใช้บริการ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเข้าใช้ห้อง Simulator จะอยู่ที่ 500 เยน (ประมาณ 150 บาท) ต่อ 15 นาที สำหรับการขับรถไฟ Shinkansen และ 100 เยน (ประมาณ 30 บาท) ต่อ 10 นาที สำหรับการขับรถไฟธรรมดา นอกจากนี้ยังมีห้องที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรถไฟ Maglev ไว้ให้ผู้เข้าชมได้ศึกษากัน และห้องรถไฟจำลอง TOMIX ที่เป็นรถไฟจำลองแบบเคลื่อนที่ได้

สำหรับค่าเข้าชม SCMAGLEV and Railway Park จะอยู่ที่ 1,000 เยน หรือประมาณ 300 บาท เท่านั้น นับว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ากับการเข้ามาชมและศึกษาการพัฒนารถไฟความเร็วสูงในประเทศญี่ปุ่น

รายละเอียดเพิ่มเติม : http://museum.jr-central.co.jp/en

สงวนลิขสิทธิ์ ทั้งบทความ และภาพประกอบ โดยผู้เขียน
อนุญาตให้เผยแพร่ต่อได้โดยการทำลิ้งค์เชื่อมโยงมาที่หน้าบทความแห่งนี้
เผยแพร่ครั้งแรกใน www.bkktrains.com วันที่ 18 กันยายน 2560

Copyright (c) 2017 Text and Pictures
Allowed to share with hyperlink to this article.
First publish in www.bkktrains.com 18 September 2017