ประเด็นบัตรโดยสารสำหรับนักเรียนนักศึกษา : Singapore Transit Link Case Study

ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีประเด็นเกี่ยวกับ “บัตรโดยสารสำหรับนักเรียนนักศึกษา” ของรถไฟฟ้าระบบหนึ่งในกรุงเทพมหานคร (กระทู้ต้นเรื่อง : http://pantip.com/topic/34379929) ซึ่งผมเองก็ได้โพสข้อมูลลงไปในหน้าแฟนเพจเกี่ยวกับประเด็นนี้ถึง 2 โพส

https://www.facebook.com/bkktrains/posts/771443832978734
https://www.facebook.com/bkktrains/posts/771570242966093

ซึ่งหลังจากที่ผมได้โพสข้อมูลลงไป มีผู้อ่านหลายๆ ท่านได้เข้ามาสอบถามถึง กรณีในต่างประเทศที่มีการออกบัตรโดยสารสำหรับนักเรียนนักศึกษา เขามีมาตรการณ์ในการรับมือเรื่องพวกนี้อย่างไร จะส่งคนมาดักจับหน้าทางเข้าออกเลยหรือไม่

โดยจากการที่ผมได้ไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการออกบัตรโดยสารในประเทศต่างๆ พบว่า มีประเทศหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากประเทศไทยมากนักนั่นก็คือ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งที่นั่น Operator เขาได้มีการออกบัตรโดยสารพิเศษ (Concession Card) สำหรับกลุ่มคนประเภทต่างๆ ถึง 9 ประเภท ซึ่งมากกว่าที่ประเทศไทยเรามีใช้ถึง 3 เท่า แต่ทำไมในประเทศสิงคโปร์ จึงไม่มีปัญหาเรื่องการยึดบัตร การตรวจบัตร รวมถึงมาตรฐานการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เลยแม้แต่เคสเดียว ซึ่งในจุดๆ นี้ มันแสดงถึง “ความเป็นมืออาชีพ” ในการทำงานของหน่วยงานทางด้านขนส่งมวลชน เมื่อเทียบกับประเทศไทยแล้ว บรรดา Operator ต้องเปิดใจที่จะเรียนรู้อีกเยอะครับ ไม่ใช่ทำงานกันแบบเด็กไร้เดียงสา ทำอะไรเอาง่ายๆ ไว้ก่อนเหมือนที่ผ่านมา

ซึ่งบัตรโดยสารระบบขนส่งมวลชนในประเทศสิงคโปร์ทุกรูปแบบจะอยู่ภายใต้การดูแลของ Transit Link Pte Ltd. ซึ่งมีบทบาทในการเป็นผู้ดูแลระบบบัตรโดยสารสำหรับขนส่งมวลชนทั้งหมดในประเทศสิงคโปร์ และมีหน้าที่ในการเป็น Clearing House ให้กับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการกับ Transit Link โดยจะคล้ายๆ บริษัท Bangkok Smartcard System หรือ BSS เจ้าของบัตร Rabbit

สำหรับนอกจากบัตรโดยสารเที่ยวเดียวและบัตร EZ-Link ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่สิงคโปร์จะคุ้นเคยกันดี ทางสิงคโปร์ยังมีบัตรโดยสารพิเศษอีก 9 ประเภท ซึ่งจะมีดังนี้

1.) Adult Monthly Travel Card
2.) Persons with Disabilities Concession Card
3.) Workfare Transport Concession Card
4.) Senior Citizen Concession Card
5.) Child Concession Card
6.) School Smartcard
7.) Diploma Student Concession Card
8.) Undergraduate Concession Card
9.) NSF Concession Card

มีถึง 9 ประเภท มากกว่าที่คนไทยรู้จักกันอีก ไปเที่ยวคราวหน้า อยากจะไปซื้อเพื่อใช้ท่องเที่ยวในราคาประหยัดกันใช่ไหมละครับ แต่ช้าก่อน…สำหรับใครที่คิดแบบนั้น คงต้องอกหักกันไป เนื่องจากบัตรโดยสารพิเศษทั้ง 9 ประเภทนี้ เขาสงวนไว้ให้สำหรับผู้ที่ถือสัญชาติสิงคโปร์ (Singapore Citizens) หรือชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักถาวรที่สิงคโปร์ (Permanent Residents) เท่านั้น และการที่จะขอซื้อบัตรโดยสารทั้ง 9 ประเภทนี้ ไม่ใช่ว่าจะเดินเข้าไปที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารแล้วซื้อกับพนักงานได้เลย เหมือนที่เราคุ้นเคยกับการซื้อบัตร Rabbit หรือบัตรโดยสาร MRT และ Airport Rail Link ซึ่งในการซื้อบัตรประเภทต่างๆ จะมีขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์ในการใช้งานที่เข้มงวด รวมถึงผู้ที่ประสงค์จะซื้อบัตรจะต้องส่งหลักฐานในการยืนยันสิทธิ์ไปให้กับ Transit Link เพื่อทำการตรวจสอบ หากมีคุณสมบัติข้อให้ข้อหนึ่งไม่ผ่าน ทาง Transit Link จะไม่ออกบัตรให้ครับ และบัตรโดยสารทั้ง 9 ประเภทนี้ จะมีลักษณะพิเศษแตกต่างจากบัตร EZ-Link ที่ใครๆ ก็สามารถซื้อได้ตรงที่ บัตรทั้ง 8 ประเภท ยกเว้น Child Concession Card จะมีคุณสมบัติที่เป็น “Personalized Card” หรือเป็น “บัตรที่เจาะจงเฉพาะบุคคล” โดยในตัวบัตรจะมีการระบุชื่อผู้ถือบัตร รูปถ่าย และข้อมูลส่วนบุคคลได้แก่ วันเดือนปีเกิด และหมายเลขบัตรประชาชน ลงไว้บนหน้าบัตร เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ในการใช้งาน และง่ายต่อการตรวจสอบ ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาดูรายละเอียดกันครับว่า บัตรแต่ละประเภทนั้นคืออะไร และมีขั้นตอนในการขอซื้อกันอย่างไร

1.) Adult Monthly Travel Pass

บัตรประเภทนี้จะเป็นบัตรสำหรับการโดยสารระบบขนส่งมวลชนทุกประเภทในประเทศสิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้า MRT, รถไฟฟ้า LRT, หรือรถโดยสารประจำทาง ยกเว้นบริการพิเศษ โดยไม่จำกัดเที่ยวและระยะทางภายในระยะเวลา 1 เดือน (เหมือนกับบัตรโดยสารประเภทรายเดือนไม่จำกัดการเดินทางของรถไฟฟ้า MRT ในประเทศไทย) โดยจะมีค่าใช้จ่ายในการออกบัตรครั้งแรก S$128 ซึ่ง S$5 เป็นค่าธรรมเนียมออกบัตร และ S$3 เป็นค่าจัดทำบัตร หรืออาจจะเลือกเป็นโปรโมชั่น Off-Peak Pass ใช้เดินทางในช่วง Off-Peak เท่านั้น ในราคา S$88 ซึ่งเมื่อบัตรครบกำหนดการใช้งานภายในระยะเวลา 1 เดือน ผู้ถือบัตรจะต้องทำการต่ออายุที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารภายในสถานี โดยบัตรนี้จะมีคุณสมบัติเก็บได้ทั้ง “เที่ยว” และ “เงิน” ซึ่งหากผู้ถือบัตรไม่ได้ทำการซื้อ Pass บัตรใบดังกล่าวก็จะถูกใช้งานในโหมดตัดเงินแทน คล้ายกรณีของบัตร Rabbit

การออกบัตรครั้งแรก

การออกบัตร AMTP ครั้งแรก ผู้ที่ประสงค์จะซื้อบัตรจะต้องกรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ Transit Link พร้อมกับอัพโหลดข้อมูลต่างๆ ได้แก่ รูปถ่าย และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสามารถกรอกข้อมูลที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร และส่งหลักฐานรูปถ่ายและสำเนาบัตรประชาชนในวันที่ยื่นคำขอซื้อบัตร

2.) Persons with Disabilities Concession Card

บัตรประเภทนี้ เป็นบัตรโดยสารสำหรับผู้พิการ โดยจะมีส่วนลดในการเดินทางตามที่ Operator เป็นผู้กำหนด ซึ่งการใช้งานและการเติมเที่ยวก็จะเหมือนกับบัตรประเภทที่ 1 แต่จะมีส่วนลดให้ 50% ในการเติม Monthly Pass สำหรับผู้ถือบัตรประเภทนี้ หรือได้รับส่วนลดในการเดินทางเที่ยวเดียวกรณีที่ไม่ได้เติม Monthly Pass ตามที่ Operator กำหนด

การออกบัตรครั้งแรก

ผู้พิการจะได้รับสิทธิ์ในการออกบัตรทันทีเมื่อมีการทำบัตรประจำตัวผู้พิการ หรือสามารถสมัครผ่านหน่วยงานที่ดูแลด้านสวัสดิการของผู้พิการ (SGEnable : https://www.sgenable.sg/)

3.) Workfare Transport Concession Card

บัตรโดยสารประเภทนี้จะเป็นบัตรโดยสารสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย โดยจะมีส่วนลดค่าโดยสารให้ตั้งแต่ 15% ขึ้นไปหรือตามที่ Operator กำหนด สำหรับการเดินทางเที่ยวเดียวกรณีที่ไม่ได้เติม Monthly Pass ส่วนการเติม Monthly Pass จะใช้อัตราเดียวกันกับ Adult Monthly Travel Card ซึ่งผู้ที่จะถือบัตรโดยสารประเภทนี้ได้ จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

– ถือสัญชาติสิงคโปร์
– มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป
– รายได้ก่อนหักภาษีเฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน S$1,900 (ประมาณ 47,500 บาท)
– ทำงานอย่างน้อย 2 เดือนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
– พักอาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าต่อเดือนไม่เกิน S$13,000 (ประมาณ 325,000 บาท)
– ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ได้เพียง 1 แห่ง
– กรณีสมรสแล้ว ผู้ยื่นคำขอและคู่สมรสต้องไม่ครอบครองอสังหาริมทรัพย์เกิน 1 แห่ง
– กรณีสมรสแล้ว รายได้พึงประเมินของคู่สมรสต้องไม่เกิน S$70,000 (ประมาณ 1,750,000 บาท)

การออกบัตรครั้งแรก

ผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด จะได้รับสิทธิ์ในการขอออกบัตรประเภทนี้โดยอัตโนมัติ ผ่านระบบของกระทรวงแรงงาน ประเทศสิงคโปร์ (ทำรายการผ่านระบบออนไลน์ในเว็บของกระทรวงแรงงาน)

4.) Senior Citizen Concession Card

บัตรโดยสารประเภทนี้จะเป็นบัตรโดยสารสำหรับผู้สูงอายุ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปและถือสัญชาติสิงคโปร์ หรือผู้ที่มีถิ่นพำนักถาวร โดยจะได้รับส่วนลดในการเติม Monthly Pass ในราคา S$60 หรือ S$40 สำหรับ Off-Peak Monthly Pass หรือได้รับส่วนลดตามที่ Operator กำหนดในกรณีที่ไม่ได้เติม Monthly Pass

การออกบัตรครั้งแรก

การออกบัตร Senior Citizen จะต้องทำการยื่นคำร้องขอออกบัตรผ่านระบบออนไลน์ในเว็บไซต์ Transit Link หรือส่งคำร้องไปที่สำนักงานใหญ่ของ Transit Link ผ่านทางไปรษณีย์ โดยแนบหลักฐานคือ รูปถ่ายและสำเนาบัตรประชาชน เพื่อประกอบคำร้องในการออกบัตร Senior Citizen (ตัวอย่างคำร้อง)

5.) Child Concession Card

บัตรโดยสารประเภทนี้ เป็นบัตรโดยสารสำหรับเด็กที่มีส่วนสูงตั้งแต่ 90 เซนติเมตรขึ้นไปและมีอายุไม่เกิน 7 ปี โดยจะได้รับส่วนลดค่าโดยสารตามที่ Operator กำหนด และบัตรประเภทนี้เป็นบัตรประเภทเดียวจาก 9 ประเภท ที่ไม่ได้มีคุณสมบัติเป็น Personalized Card นอกจากนี้บัตรประเภทนี้เป็นบัตรประเภทเดียวที่ชาวต่างชาติซื้อได้ครับ

การออกบัตรครั้งแรก

สำหรับการออกบัตรประเภทนี้ จะต้องเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองในการดำเนินการ โดยจะต้องกรอกแบบฟอร์ม (ตัวอย่างคำร้อง) พร้อมแนบหลักฐานคือสูติบัตร (เลขที่ใบเกิด) หรือหนังสือเดินทาง และบัตรประชาชนของผู้ปกครอง ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร โดยในบัตรนี้จะมีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของเด็กลงในบัตร ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, หมายเลขสูติบัตรหรือหนังสือเดินทาง, และวันหมดอายุ

การหมดอายุของบัตร

บัตรโดยสารประเภทนี้จะ “หมดอายุโดยอัตโนมัติ” ภายในวันที่ 30 เมษายน ในปีที่เด็กผู้ถือบัตรมีอายุครบ 7 ปี เช่น

– เด็กชาย A มีวันเกิดตรงกับวันที่ 16 มกราคม 2552 และถือบัตรโดยสารประเภทนี้ เด็กชาย A จะสามารถใช้บัตรโดยสารใบนี้ได้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2559 แม้ว่าวันที่บัตรหมดอายุ เด็กชาย A จะมีอายุเกิน 7 ปี

– เด็กหญิง B มีวันเกิดตรงกับวันที่ 25 สิงหาคม 2553 และถือบัตรโดยสารประเภทนี้ เด็กหญิง B จะสามารถใช้บัตรโดยสารใบนี้ได้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2560 แม้ว่าวันที่บัตรหมดอายุ เด็กหญิง B จะมีอายุไม่ถึง 7 ปี

6.) School Smartcard

บัตรโดยสารประเภทนี้ เมื่อเทียบกับของประเทศไทยแล้ว ก็คือบัตรโดยสารที่มีปัญหาในระบบรถไฟฟ้า BTS ของไทยมากที่สุด นั่นก็คือบัตรโดยสารสำหรับนักเรียนนักศึกษา โดยบัตรประเภทนี้ของประเทศสิงคโปร์ จะใช้ได้สำหรับนักเรียนชั้นประถมถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย (คาดว่าน่าจะเป็นสายสามัญ เพราะทางเว็บไซต์ Transit Link ระบุไว้ว่า ITE Student) โดยจะได้รับส่วนลดตามที่ Operator เป็นผู้กำหนดทั้งแบบตัดเงินหรือการเติม Monthly Pass

การออกบัตรครั้งแรก

บัตรโดยสารประเภทนี้ ผู้ถือบัตรจะได้รับบัตรโดยอัตโนมัติจากทางสถาบันการศึกษาที่ตนสังกัด ซึ่งเป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษาที่จะต้องทำบัตรให้กับนักเรียน แต่ทั้งนี้สถาบันการศึกษาในประเทศสิงคโปร์ จะใช้บัตรนี้แทนบัตรประจำตัวนักเรียนไปด้วย จึงไม่ค่อยยุ่งยากในการออกบัตรเท่าไหร่ และบัตรประเภทนี้จะต้องมีการเปลี่ยนทุกครั้งที่มีการย้ายสถานศึกษา โดยเมื่อผู้ถือบัตรได้รับบัตรใบใหม่ จะต้องส่งบัตรใบเดิมคืนไปยัง Transit Link ซึ่งเมื่อผู้ถือบัตรได้รับบัตรใบใหม่จะต้องทำการ Activate บัตรที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร

การหมดอายุของบัตร

บัตรโดยสารประเภทนี้ จะมีอายุการใช้งานตามเวลาที่ผู้ถือบัตรใช้ศึกษาในสถานศึกษานั้นๆ และเพิ่มเติมหลังจากจบการศึกษาไปอีก 4 เดือน แต่จะมีเงื่อนไขในการถือบัตรเพิ่มเติมคือ

– กรณีซ้ำชั้น สามารถต่ออายุการใช้งานได้จนกว่าจะจบช่วงชั้น (จบ ป.6, ม.3, ม.6)
– กรณีที่จบ ป.6 และอยู่ระหว่างการย้ายโรงเรียน จะสามารถใช้บัตรใบเดิมเพื่อรับส่วนลดต่อไปได้อีก 4 เดือนหลังจากจบการศึกษาชั้น ป.6 (เพื่อรอบัตรใบใหม่จากสถาบันการศึกษาใหม่)
– สำหรับระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หรือ ITE Student ช่วงระหว่างที่ย้ายสถาบันการศึกษา หรือภายในกำหนดระยะเวลา 4 เดือนหลังจากจบการศึกษา จะไม่ได้รับส่วนลดใดๆ จนกว่าจะได้รับบัตรใบใหม่จากสถาบันการศึกษา (เพื่อให้ผู้ถือบัตรทำการเปลี่ยนประเภทบัตร)

7.) Diploma Student Concession Card

บัตร Diploma จะเป็นบัตรสำหรับนักเรียนระดับชั้น ปวช. และ ปวส. ที่ศึกษาในสถาบันที่กำหนด 9 สถาบัน ซึ่งจะเป็นบัตรภาคต่อจากบัตรประเภทที่ 6 โดยผู้ถือบัตรนี้จะได้รับส่วนลดตามที่กำหนดไว้

การออกบัตรครั้งแรก

บัตรประเภทนี้จะสามารถขอออกบัตรได้ในช่วงที่มีการลงทะเบียนแรกเข้าที่สถาบันการศึกษา ช่วงราวๆ เดือน เมษายนถึงพฤษภาคม หรือ กรกฎาคมถึงสิงหาคม ของทุกปี หรือผู้ที่มีสิทธิ์ถือบัตรประเภทนี้ สามารถยื่นคำขอย้อนหลังไปที่ Transit Link ได้ โดยหลักฐานประกอบการออกบัตรโดยสารประเภทนี้ จะมีดังต่อไปนี้

– รูปถ่ายฉากหลังสีขาว ถ่ายไว้ไม่เกิน 3 เดือน ขนาดเท่าหนังสือเดินทาง
– ใบยืนยันการเข้าศึกษาจากสถาบันการศึกษา
– บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง หรือหนังสือรับรองการพำนักในประเทศสิงคโปร์ (สำหรับนักศึกษาต่างชาติ)

การหมดอายุของบัตร

บัตรประเภทนี้จะใช้ได้จนกว่าจะสิ้นสุดสถานภาพนักศึกษา โดยวันที่สิ้นสุดสภาพนักศึกษาจะกำหนดโดยสถาบันการศึกษา ซึ่งหลังจากที่บัตรหมดอายุแล้ว ผู้ถือบัตรไม่สามารถขอต่ออายุบัตรประเภทนี้ได้ แต่จะต้องออกบัตรประเภท Adult Cards (EZ-Links) มาใช้แทน

สำหรับผู้ที่จบการศึกษาก่อนที่บัตรจะหมดอายุ บัตรจะใช้งานได้ต่อไปอีก 4 เดือน แต่จะไม่สามารถใช้สิทธิ์ในการเติม Monthly Pass ในราคาพิเศษได้ ทั้งนี้ในช่วงระยะเวลา 4 เดือน จะเป็นช่วงเวลาที่ให้ผู้ถือบัตรเปลี่ยนประเภทบัตร

8.) Undergraduate Concession Card

บัตร Diploma จะเป็นบัตรสำหรับนักศึกษาระดับชันอุดมศึกษา ที่ศึกษาในสถาบันที่กำหนด 11 สถาบัน ซึ่งจะเป็นบัตรภาคต่อจากบัตรประเภทที่ 6 และ 7 โดยผู้ถือบัตรนี้จะได้รับส่วนลดตามที่กำหนดไว้

การออกบัตรครั้งแรก

บัตรประเภทนี้จะสามารถขอออกบัตรได้ในช่วงที่มีการลงทะเบียนแรกเข้าที่สถาบันการศึกษา ช่วงราวๆ เดือน เมษายนถึงพฤษภาคม หรือ กรกฎาคมถึงสิงหาคม ของทุกปี หรือผู้ที่มีสิทธิ์ถือบัตรประเภทนี้ สามารถยื่นคำขอย้อนหลังไปที่ Transit Link ได้ โดยหลักฐานประกอบการออกบัตรโดยสารประเภทนี้ จะมีดังต่อไปนี้

– รูปถ่ายฉากหลังสีขาว ถ่ายไว้ไม่เกิน 3 เดือน ขนาดเท่าหนังสือเดินทาง
– ใบยืนยันการเข้าศึกษาจากสถาบันการศึกษา
– บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง หรือหนังสือรับรองการพำนักในประเทศสิงคโปร์ (สำหรับนักศึกษาต่างชาติ)

การหมดอายุของบัตร

บัตรประเภทนี้จะใช้ได้จนกว่าจะสิ้นสุดสถานภาพนักศึกษา โดยวันที่สิ้นสุดสภาพนักศึกษาจะกำหนดโดยสถาบันการศึกษา ซึ่งหลังจากที่บัตรหมดอายุแล้ว ผู้ถือบัตรไม่สามารถขอต่ออายุบัตรประเภทนี้ได้ แต่จะต้องออกบัตรประเภท Adult Cards (EZ-Links) มาใช้แทน

สำหรับผู้ที่จบการศึกษาก่อนที่บัตรจะหมดอายุ บัตรจะใช้งานได้ต่อไปอีก 4 เดือน แต่จะไม่สามารถใช้สิทธิ์ในการเติม Monthly Pass ในราคาพิเศษได้ ทั้งนี้ในช่วงระยะเวลา 4 เดือน จะเป็นช่วงเวลาที่ให้ผู้ถือบัตรเปลี่ยนประเภทบัตร

9.) NSF Concession Card

บัตรโดยสารประเภทนี้จะเป็นบัตรโดยสารสำหรับข้าราชการกองทัพ (ทหารเกณฑ์) โดยผู้ถือบัตรนี้จะได้รับส่วนลดตามที่กำหนดไว้

การออกบัตรครั้งแรก

บัตรประเภทนี้ จะทำการออกโดยต้นสังกัดที่ผู้ถือบัตรสังกัดอยู่

การหมดอายุของบัตร

บัตรนี้จะมีอายุตามเวลาการรับราชการ ซึ่งหลังจากที่บัตรหมดอายุแล้ว ผู้ถือบัตรไม่สามารถขอต่ออายุบัตรประเภทนี้ได้ แต่จะต้องออกบัตรประเภท Adult Cards (EZ-Links) มาใช้แทน

จากข้อมูลที่ผมได้หามาข้างต้น จะเห็นว่าการออกบัตรโดยสารที่มีสิทธิพิเศษต่างๆ จะค่อนข้างมีการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ถือบัตรค่อนข้างรัดกุมและเข้มงวด ไม่ใช่ว่าจะเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปซื้อที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารได้เลยเหมือนที่ประเทศไทยเป็น และเกณฑ์การกำหนดวันหมดอายุของบัตรหรือการสิ้นสุดการใช้บัตรของเขาจะมีมาตรฐานที่กำหนดไว้ค่อนข้างแน่นอน และผู้ถือบัตรสามารถตรวจสอบวันหมดอายุของบัตรได้ตลอดเวลา ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลที่ผู้ถือบัตรควรจะได้รับทราบจากผู้ให้บริการ

แต่เมื่อบินกลับมาที่ประเทศไทย หลายๆ ครั้งที่มีการตั้งกระทู้เกี่ยวกับการยึดบัตรตามเว็บบอร์ดหรือหน้าแฟนเพจต่างๆ จะพบว่า “มาตรฐานในการตัดตรวจสอบและยึดบัตรโดยสารนั้นไม่มีความชัดเจน” และ “กฎระเบียบการใช้งานบัตรก็ค่อนข้างคลุมเครือ” ซึ่งในเมื่อกฎค่อนข้างคลุมเครือเช่นนี้ บางครั้งอาจจะทำให้ผู้ที่ปฏิบัติงานในการตรวจสอบบัตรโดยสารสับสนในหลักเกณฑ์การปฏิบัติ ทำให้มาตรฐานในการตรวจนั้นไม่เท่าเทียมกันและไม่มีมาตรฐาน ที่สถานีหนึ่งได้ แต่ที่อีกสถานีหนึ่งไม่ได้ ผู้โดยสารเองก็มีความสับสนไม่ได้ รวมถึงวิธีการที่เข้าไปขอตรวจสอบบางครั้งที่เลยเถิดไปถึงขั้นข่มขู่หรือสร้างความอับอายให้กับผู้โดยสาร ทำให้เกิดเป็นประเด็นต่างๆ ขึ้นมา โดยยังไม่นับกรณี “เงินในบัตร” เข้ามาเกี่ยวข้อง

อย่างเช่นเรื่องของเกณฑ์การใช้บัตรโดยสารประเภทนักเรียนนักศึกษา โดยกฎระเบียบนั้นระบุไว้ว่า “ผู้มีสิทธิ์ใช้บัตร สำหรับนักเรียน นักศึกษา ได้แก่ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่มีอายุไม่เกิน 23 ปีบริบูรณ์ โดยยึดวัน เดือน ปีเกิดในบัตรประจำตัวประชาชน และศึกษาในสถานศึกษาในประเทศไทยหรือสถานศึกษาในต่างประเทศ รวมถึง ชั้นเนติบัณฑิต โรงเรียนฝึกอาชีพและโรงเรียนสอนภาษาที่กระทรวงศึกษาธิการรับรองหลักสูตร ณ วันที่ใช้บัตรโดยสาร” ซึ่งในระเบียบข้อบังคับหากตีความด้วยภาษาทางกฎหมายจะสามารถตีความได้ว่า “ผู้ถือบัตรจะต้องมีอายุน้อยกว่า 23 ปี และมีสถานภาพเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ณ วันที่ใช้บัตรโดยสาร” ซึ่งหากดูดีๆ กฎระเบียบดังกล่าว มันมีส่วนที่สร้างปัญหาในเรื่อง “มาตรฐานในการใช้งานและการตรวจสอบ” อยู่หลายๆ จุด ดังนี้

1.) การกำหนดอายุ 23 ปี ณ วันที่ใช้บัตร ยึดถือตามวันเดือนปีเกิด ซึ่ง “สร้างความได้เปรียบเสียเปรียบ” ในเรื่องของเดือนเกิดของผู้ถือบัตร

เช่น หาก A เกิดวันที่ 5 มกราคม 2535 และ B เกิดวันที่ 6 กรกฎาคม 2535 แต่ทั้ง 2 คนใช้บัตรโดยสารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 โดยที่ทั้ง 2 คนยังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ถ้ายึดตามกฎระเบียบ ณ วันที่ใช้บัตร จะพบว่า A เสียเปรียบ B ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ก็ยังศึกษาอยู่ในระดับชั้นเดียวกัน

2.) เจ้าหน้าที่สถานีที่ตรวจสอบบัตร ตีความหมายของคำว่า “สถานภาพนิสิตนักศึกษา” ไม่ตรงกัน บางคนยึดวันหมดอายุของบัตรประจำตัว บางคนยึดถือวันจบการศึกษา เป็นต้น

เช่น บัตรนิสิตของ C หมดอายุวันที่ 26 มิถุนายน 2558 แต่ C ใช้บัตรโดยสารในวันที่ 1 มิถุนายน 2558 ซึ่งเป็นช่วงที่ C คาดว่าจะจบการศึกษา และอยู่ในระหว่างที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติ และรอรับปริญญา โดยเจ้าหน้าที่สถานี SLD อาจจะตีความว่า C จบการศึกษาแล้วโดยยึดจากวันที่ C ใช้งานเป็นช่วงที่สอบปลายภาคเสร็จแล้ว แต่เจ้าหน้าที่สถานี MOC อาจจะตีความว่า C ยังไม่จบการศึกษาโดยยึดจากวันหมดอายุบนบัตรนิสิต และ C ไม่โดนยึดบัตรที่สถานี MOC แต่เมื่อไปใช้ที่สถานี SLD กลับโดนยึดบัตร

ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาเหล่านี้ มันสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การกำหนดให้ส่งเอกสารเพื่อตรวจสอบก่อนการออกบัตร และกำหนดออกบัตรเป็นช่วงชั้น เช่น ช่วงชั้นประถมศึกษา, มัธยมศึกษา, ปริญญาตรี เป็นต้น และกำหนดวันหมดอายุของบัตรแต่ละช่วงชั้นลงในบัตรไปเลย เช่นหมดอายุในวันที่ 31 พฤษภาคมของปีที่จบการศึกษาในแต่ละช่วงชั้น เป็นต้น หากจะใช้งานต่อจะต้องส่งเอกสารยืนยันสิทธิ์เข้ามาใหม่ หรือ การระบุวันเดือนปีเกิดและข้อมูลชื่อนามสกุลผู้ถือบัตรลงในบัตร แล้วกำหนดให้บัตรหมดอายุโดยอัตโนมัติ เมื่อผู้ถือบัตรมีอายุครบ 23 ปี เป็นต้น

ในจุดนี้ถ้าหาก Operator เปิดใจที่จะเรียนรู้จากที่อื่นๆ ที่เขามีความเป็น “มืออาชีพ” มากกว่า เพื่อปรับปรุงและพัฒนาระเบียบข้อบังคับต่างๆ ให้ชัดเจน รวมถึงการอบรมผู้ปฏิบัติงานให้รับทราบถึงระเบียบข้อบังคับ และปรับปรุงการทำงานให้มีความชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน จะช่วยลดปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างผู้ปฏิบัติงานและผู้โดยสารลงได้

Admin นัท

สงวนลิขสิทธิ์ ทั้งบทความ โดยผู้เขียน
ภาพประกอบโดย Transit Link Pte Ltd.
อนุญาตให้เผยแพร่ต่อได้โดยการทำลิ้งค์เชื่อมโยงมาที่หน้าบทความแห่งนี้
เผยแพร่ครั้งแรกใน www.bkktrains.com วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558

Copyright (c) 2015 Texts by Authors
Photos by Transit Link Pte Ltd.
Allowed to share with hyperlink to this article.
First publish in www.bkktrains.com 4th November 2015