บ่นไปเรื่อย Vol.1 – ณ สยาม #1

ประเดิมเปิดซิงสำหรับคอลัมน์ใหม่ “บ่นไปเรื่อย” ซึ่งตอนคิด Concept ของคอลัมน์นี้อยากจะมีไว้ให้เป็นคอลัมน์กึ่งๆ Blog ที่ไว้เล่าเรื่องราวรวมถึงปัญหาที่พวกเราๆ ในฐานะ “ผู้รับบริการ” จะต้องพบเจอในระหว่างที่เดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน โดยการเขียนคอลัมน์ “บ่นไปเรื่อย” ผมไม่อยากให้ Operator มองว่าเป็นการตำหนิ วิจารณ์ หรือจับผิดการทำงานของ Operator แต่อย่างใด แต่เป็นการนำปัญหาที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ซึ่งเป็น “ลูกค้า” ของบรรดา Operator ได้พูดถึงและต้องพบเจอในระหว่างการใช้บริการ และเพื่อเป็นแนวทางคร่าวๆ ในปรับปรุงและพัฒนาการบริการให้ดียิ่งขึ้นไป ซึ่งจะช่วยจูงใจให้ผู้คนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการดี หากผู้หลักผู้ใหญ่ใน Operator ทั้งหลาย จะเปิดใจรับฟังความคิดเห็นเล็กๆ ตรงนี้ และหากนำไปประยุกต์ ปรับปรุงเพื่อผู้โดยสาร ทางผู้เขียนก็ต้องขอขอบคุณล่วงหน้าครับ และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คอลัมน์เล็กๆ ตรงนี้ จะช่วยเป็นกระบอกเสียงที่บรรดาผู้โดยสารซึ่งถือว่าเป็น “ลูกค้า” ของ Operator ทั้งหลาย ได้มีโอกาสสื่อสารกับ Operator ได้ครับ

สำหรับท่านผู้อ่านที่ต้องการส่งเรื่องแนะนำติชมเกี่ยวกับบริการการขนส่งสาธารณะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมไปถึงเรื่องราวดีๆ ที่พบเจอระหว่างการใช้บริการ หรือต้องการที่จะชมเชยพนักงานผู้ปฏิบัติงานเข้ามา เพื่อจะให้ทางเราช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ สามารถส่งเรื่องราวเข้ามาได้ที่ media@bkktrains.com หรือทางแชทผ่านทางหน้าแฟนเพจ facebook.com/bkktrains ได้ครับ

เรื่องที่จะพูดถึงในฉบับนี้ เป็นเรื่องที่ผมได้เจอมากับตัวเองเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ตุลาคม 2558) ที่สถานีสยาม ถึงแม้ว่าในวันดังกล่าวผมจะใช้สถานีสยามเป็นแค่ทางเดินผ่านระหว่างสยามพารากอนกับสยามสแควร์วันเท่านั้น แต่ผมเองก็ต้องประสบปัญหาความหนาแน่นบริเวณสถานีสยาม ทางออกที่ 3 – 4 ซึ่งปกติในวันเสาร์-อาทิตย์รวมถึงในช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น สถานีแห่งนี้ก็มีความหนาแน่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ในวันดังกล่าว ผมเข้าใจว่ามีงานเกี่ยวกับคอสเพลย์ที่สยามพารากอน และมีผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก ทำให้บริเวณทางเข้าออกดังกล่าว ซึ่งเป็นทางเชื่อมเข้าสู่สยามพารากอนหนาแน่นเพิ่มขึ้นไปอีก

ซึ่งจากการที่ผมเคยใช้บริการบริเวณทางเข้าออกสถานีดังกล่าว กลุ่มคนที่เดินผ่านทางเข้าออกสถานีนั้นจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

  • กลุ่มผู้ใช้บริการรถรถไฟฟ้า
  • กลุ่มคนทั่วไปที่ใช้เป็นสะพานลอย

และกลุ่มผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยๆ ดังนี้

  • กลุ่มผู้โดยสารที่ไม่ต้องทำธุรกรรมบริเวณพื้นที่จำหน่ายบัตรโดยสาร (มีบัตรโดยสารแล้วและพร้อมเข้าสู่ระบบ)
  • กลุ่มผู้โดยสารที่ต้องทำธุรกรรมบริเวณพื้นที่จำหน่ายบัตรโดยสาร (ยังไม่มีบัตรโดยสารหรือต้องการเติมเงินหรือเที่ยว)

แต่ในปัจจุบัน บริเวณพื้นที่จำหน่ายบัตรโดยสาร (Unpaid Area) ของทางออก 3-4 สถานีสยาม จะต้องรองรับผู้โดยสารทุกคน ทำให้เกิดความหนาแน่นขึ้นมา ซึ่งหากนำแผนผังของสถานีในบริเวณดังกล่าวมาวิเคราะห์แล้ว ยังพบว่า ยังมีพื้นที่อีกมากที่จะสามารถช่วยกระจายความหนาแน่นได้

โดยปัญหาที่เกิดขึ้นในบริเวณทางออกดังกล่าว มีปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาความหนาแน่นอยู่ทั้งหมด 3 ประการ ดังนี้

1.ทางเข้าออกจากระบบ (ประตูตรวจบัตรโดยสาร) ไปกระจุกอยู่บริเวณกึ่งกลางสถานี ทำให้ผู้โดยสารที่ต้องการใช้รถไฟฟ้า”ทุกคน”ต้องเดินเข้าไปยังบริเวณกึ่งกลางสถานี เพื่อผ่านประตูตรวจบัตรโดยสารและเข้าสู่ระบบต่อไป

2.ตำแหน่งของห้องจำหน่ายบัตรโดยสารและเครื่องจำหน่ายบัตรโดยสาร ไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดแถวคอยสำหรับรอใช้บริการ ทำให้แถวคอยของคนที่ต้องการทำธุรกรรมที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารหรือเครื่องจำหน่ายบัตรโดยสาร กีดขวางทางเดินภายในบริเวณสถานี

3.ทุกคนที่จำเป็นต้องเดินผ่านบริเวณนั้น ไม่ว่าจะเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้า จะต้องเดินผ่านบริเวณกึ่งกลางสถานี ซึ่งมีแถวคอยจากข้อที่ 2 กีดขวางอยู่ ทำให้มีการติดขัดของกระแสการเดิน

นอกจากนี้ในบริเวณทางเข้าออกดังกล่าว ยังมีปัญหาภายในเขตชำระเงิน (Paid Area) ตามที่แสดงไว้ในภาพด้านบน แต่ถึงอย่างไร ปัญหาในบริเวณ Paid Area ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้บริการมากเท่าไหร่ เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่มาออกจากระบบที่บริเวณทางออกแห่งนี้ จะมีจำนวนค่อนข้างน้อย เนื่องจากผู้โดยสารส่วนใหญ่จะไปออกจากระบบทางฝั่งทางออก 1-2 และทางออก 5-6 ที่อยู่ตรงกับบันไดเลื่อนขาลงมากกว่า

ซึ่งหากเรานำมาวิเคราะห์ร่วมกับแผนผังสถานีและในสถานที่จริงแล้ว จะพบว่าพื้นที่ทางฝั่งตะวันตกเมื่อมาทางจากห้างสรรพสินค้าสยามสแควร์วัน (ฝั่งซ้ายของแผนภาพที่ 1) ในปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อันใด นอกจากเป็นพื้นที่ทางเดินโล่งๆ รอร้านค้ามาเช่าเท่านั้น และเนื่องจากในปัจจุบันจากมาตรการณ์การตรวจสอบความปลอดภัยของทางห้างสรรพสินค้าสยามสแควร์วัน ซึ่งมีการปรับช่องทางเข้าออกของทางห้างฯ ให้มาอยู่ตรงกับทางเข้าออกทางฝั่งซ้ายในแผนภาพ ส่งผลให้ผู้คนมากระจุกตัวกันที่บริเวณนี้อยู่พอสมควร

ทั้งนี้ทางเข้าออกหมายเลข 3-4 แห่งนี้ ทางด้านสยามสแควร์จะถือเป็นทางเข้าออกหลักสำหรับผู้โดยสารที่มาจากทางสยามสแควร์ เนื่องจากเป็นทางเข้าออกที่มีทางเชื่อมขนาดใหญ่ผ่านทางห้างสรรพสินค้าสยามสแควร์วัน ซึ่งถ้าหากเรานำพื้นที่ดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยการติดตั้งประตูตรวจบัตรโดยสารอัตโนมัติเพิ่มเติม ที่ทางฝั่งห้างสยามสแควร์วัน (วงกลมในแผนภาพที่ 2) โดยอาจจะจัดวางประตูทางเข้าให้อยู่ในแนวเฉียง เพื่อให้สามารถรองรับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าที่เดินเข้าสถานีมาจากทางฝั่งสยามสแควร์ ผ่านห้างสยามสแควร์วัน และมีบัตรโดยสารพร้อมที่จะเข้าสู่ระบบทั้งบัตรเที่ยวเดียวที่ซื้อไว้ล่วงหน้า, บัตร Rabbit, และบัตรรายวัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้โดยสารที่พร้อมที่จะเดินทางสามารถเข้าสู่ระบบได้เร็วขึ้น และช่วยลดความหนาแน่นของผู้คนบริเวณพื้นที่จำหน่ายบัตรโดยสารลงได้ เนื่องจากผู้โดยสารที่พร้อมเดินทาง ที่มาจากทางฝั่งสยามสแควร์สามารถเข้าสู่ระบบได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินผ่านพื้นที่จำหน่ายบัตรโดยสารที่มีความหนาแน่น

นอกจากนี้อาจจะมีการขยับขยายพื้นที่แถวคอยสำหรับรอทำธุรกรรมที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารใหม่ ซึ่งจะลดการกีดขวางทางเดินได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้คนที่ใช้สถานีเป็นทางเดินเชื่อมระหว่าง 2 ฝั่ง ไม่ต้องมาติดขัดกับแถวคอย ทำให้ความหนาแน่นบริเวณสถานีลดลงได้

สำหรับผู้โดยสารที่มาจากทางฝั่งห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน และต้องการเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า ส่วนใหญ่จะไปใช้ทางเข้าออกหมายเลข 5-6 แทน

ซึ่งผมเชื่อว่า การปรับปรุงพื้นที่แบบนี้ใช้เงินลงทุนไม่มาก เพียงแค่เพิ่มเติมประตูตรวจบัตรโดยสาร และอาจจะมีการขยับขยายพื้นที่แถวคอย แต่จะช่วยให้ลดความหนาแน่นบริเวณสถานี และช่วยให้ผู้โดยสารเข้าสู่ระบบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

หากความคิดเห็นนี้มีประโยชน์ จนสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ ผมเองก็รู้สึกยินดีที่มีส่วนช่วยในการปรับปรุงการบริการให้ดียิ่งขึ้น และก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ที่น้อมรับความคิดเห็นเล็กๆ ตรงนี้ครับ

Admin นัท

สงวนลิขสิทธิ์ ทั้งบทความ และภาพประกอบ โดยผู้เขียน
อนุญาตให้เผยแพร่ต่อได้โดยการทำลิ้งค์เชื่อมโยงมาที่หน้าบทความแห่งนี้
เผยแพร่ครั้งแรกใน www.bkktrains.com วันที่ 21 ตุลาคม 2558

Copyright (c) 2015 Text and Pictures
Allowed to share with hyperlink to this article.
First publish in www.bkktrains.com 21st October 2015